ในที่สุดตอนจบก็มาซะที เชิญอ่านกัน...ให้ถ้วนหน้า
---------------------------------------------------
“ สิ่งที่ทำให้คนทั้ง 2 ผูกพันกัน ”(part 4 – final)
ช่วงบ่ายๆหลังจากนั้น ประมาณ 2-3 วันได้ ท้องฟ้าปลอดโปร่งและแดดแรงกว่าวันอื่นๆ
“ .......หลายวันแล้วนะ คานาเมะยังไม่กลับมาอีกหรอเนี่ย... “ เอนิถอนหายใจ ก่อนจะปาดเหงื่อที่หน้าผาก
“ ……………………………. “ เอนิหันซ้ายหันขวามองรอบๆบ้าน
“ ไม่มีใครอยู่..... ”
“ ไม่สิๆ คุณแม่บอกว่าห้ามเข้าไปในป่ามันอันตราย!! “
.........
“ แต่ไปแค่ครั้งเดียวคงไม่เป็นไรมั้ง.... “
เอนิหยิบขนมปัง 3 ก้อน หอด้วยทิชชู่แล้วใส่ในกระเป๋าเสื้อ
สวมรองเท้าและเสื้อโค้ตสำหรับเดินป่า
แล้วจึงวิ่งออกจากบ้าน มุ่งหน้าไปยังป่าซึ่งกั้นระหว่าง 2 หมู่บ้าน
‘ โครกกก~~ ‘
“ ........ไม่ได้กินข้าวมานานเท่าไหร่แล้วนะ “
“ ผลไม้แถวนี้ก็ช่วยอะไรไม่ค่อยได้เลย....”
เขาบ่นพึมพำแล้วหยิบผลไม้ขึ้นมากิน
“ เปรี้ยว~! “ แต่เขาก็พยายามที่จะกินผลไม้รสเปรี้ยวนั้นให้หมด
..........
‘ โครก~~ ‘
“ หิวจัง......” คานาเมะพูดอีกครั้ง
“ ยัยนั่นจะเป็นยังไงบ้างนะ... “
สายพัดผ่านมาอย่างแผ่วเบา
แล้วคานาเมะกลับหลับไปอย่างอ่อนแรง
ดวงอาทิตย์ค่อยๆเคลื่อนต่ำลงมายังเส้นขอบฟ้า
เอนิเดินเลียบตามชายป่าออกมาไกลจากหมู่บ้านพอสมควร
“ หมอนั่นไปไหนกันนะ.....”
“ ดันบุ่มบ่ามวิ่งไปแบบนั้น ถ้าเกิดหลงขึ้นมาจะทำยังไงกัน!!! “
“ ถ้าเจอตัวละก็...จะอัดให้กระเด็นซะเปรี้ย..........”
‘ แซ่กๆ ‘ มีเสียงเหมือนมีอะไรบางอย่างหลบอยู่ในพุ่มไม้
“ เอ๊ะ? “
‘ แซ่กๆๆๆๆๆ ‘ เสียงนั้นดังขึ้นเรื่อยๆ
“.....อ...อะไรหน่ะ “
“ ....ค..คานาเมะใช่มั๊ย เลิกเล่นได้แล้วนะ “
‘ ฟึ่บ! ‘
มีอะไรบางอย่างลอยผ่านเอนิไป
‘ กรรร ‘
มีเสียงของอะไรบางอย่างมาจากข้างหลังของเธอ
เอนิค่อยๆหันไปข้างหลัง แล้วก็พบกับ...
‘ สีดำ ‘
“ อือ........คอแห้งจังเลย “
เด็กชายผมสีฟ้ากำลังนั่งบนกิ่งของต้นไม้ใหญ่ พลางมองไปยังหมู่บ้านเล็กๆที่ตั้งอยู่
“…………………….”
“ เรา.....”
“ คือใครกันนะ.....”
“ เอนิ~~~~!! “
…..
“ คานาเมะ~~~~~!! “
แม่ของเอนิตะโกนเรียกหาทั้งสอง
แต่ไม่มีเสียงตอบรับกลับมา...
“ ไปไหนกันนะสองคนนี้.... “
“ เอาเถอะ เดี๋ยวหิวก็กลับมาเองแหละ “
แล้วเธอจึงเดินไปหน้าเตาแก๊ซ ซึ่งกำลังตั้งหม้อทำอาหารอยู่
เสร็จแล้วจึงตักมาเล็กน้อยเพื่อลองชิม
“ อื้อ! อร่อย~ เติมน้ำตาลอีกน่าจะโอเค “
ตัดกลับมาทางด้านของเอนิ
“ แฮ่ก....แฮ่ก.....”
‘ นี่มันอะไรกัน! ‘
‘ กรรรรรร ‘
‘ เจ้านี่มันตัวอะไรกัน!! ‘
เด็กสาววิ่งหนี อะไรบางอย่าง ใบหน้าซีดทั้งๆที่กำลังเหนื่อยอยู่
หัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะ เหงื่อไหลออกมาทั่วตัวเพราะความกลัว
สิ่งประหลาดนั้นกางเล็บอันแหลมคมออกมา
และกำลังจะฟันเอนิออกเป็นสองท่อน
“ ไม่!!! อย่านะ!!! “
เอนิคว้าท่อนไม้ ก่อนที่จะปาท่อนไม้ใส่สิ่งนั้น
‘ ปึ๊ก ‘
สิ่งประหลาดนั้นหยุดชะงัก เด็กสาวจึงใช้จังหวะนั้น
รีบวิ่งออกไปแบบไม่คิดชีวิต
‘ แสงสว่าง!! ‘
ในที่สุดเด็กสาวก็วิ่งออกมาจากป่าได้สำเร็จ
แต่เธอยังคงวิ่งต่อไป เธอวิ่งผ่านหมู่บ้านของเธอ
เมื่อเข้าไปในบ้านก็วิ่งเข้าไปในห้องนอน
‘ ปัง!!!! ‘ เสียงปิดประตูดังขึ้นจนห้องชั้นล่างได้ยิน
“ อ้าว เอนิกลับมาแล้วหรอ ปิดประตูซะดัง...”
แม่ของเอนิหันมาด้านหลัง แล้วตักซุปซึ่งเป็นอาหารเย็นวันนี้ใส่ถ้วย
“ แฮ่ก.....แฮ่ก.....”
เอนิรีบล็อคกลอนประตูให้มิดชิด
มือของเธอสั่นไม่หยุด ตัวเปื้อนดินและมีรอยแผลที่เกิดจากกิ่งไม้ข่วนเมื่อกี๊
เสื้อผ้าขาดและหลุดลุ่ย รองเท้าของเธอหลุดระหว่างทาง
ทำให้เท้าของเธอมีรอยแผลและมีเลือดไหลออกมา
เธอมุดตัวเข้าไปในผ้าห่มและกอดหมอนด้วยความหวาดกลัว
ทางด้านของคานาเมะ
ท้องฟ้ากำลังเปลี่ยนสีส้ม ส่วนดวงอาทิตย์เป็นสีแดงค่อยตกลงเส้นขอบฟ้าเรื่อยๆ
ดูเหมือนจะมองเห็นเมฆฝนสีเทาเข้มอยู่ลิบๆตัดกับท้องฟ้าสีส้ม
คานาเมะสะดุ้งตื่นขึ้นมาเพราะลมหนาวที่พัดผ่าน
ร่างกายของเขาอ่อนเพลีย อาจจะเป็นเพราะไม่ได้กินอาหารหลายวัน
หรือไม่ก็นอนหลับนานจนเกินไป
ขณะที่เขากำลังสะลึมสะลืออยู่นั้น ก็ตกใจสุดขีดเมื่อเห็นสิ่งที่อยู่ตรงหน้า
“ อ...อะไร...กัน....”
ท้องฟ้าสีส้มซึ่งค่อยๆเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน ถูกบดบังด้วยกลุ่มควันสีดำขนาดใหญ่
อยู่เหนือหมู่บ้านเล็กๆซึ่งกำลังถูกเปลวไฟเผาไหม้อยู่
สิ่งที่เขาคิดอย่างแรกคือ วิ่งไปที่นั่นให้เร็วที่สุด
“ ทำไมกัน...จู่ๆขาก็ก้าวออกไปเอง!!”
สิ่งที่สองที่เขาคิดคือ หน้าของเด็กสาวดวงตาสีฟ้าผมสีทอง
เขาวิ่ง วิ่งไม่หยุด ความเร็วค่อยๆเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
หมู่บ้านซึ่งกำลังถูกเผาอยู่ มีแต่ซากศพที่ถูกทะลวงหน้าอกข้างซ้าย
เป็นรูขนาดใหญ่ทะลุถึงข้างหลัง ทำให้เขารู้สึกร้อนในอก
เมฆสีเทาเข้มลอยเข้าไปใกล้ขึ้นเรื่อยๆ
ลมค่อยๆพัดแรงขึ้นแรงขึ้น และแล้วฝนก็ตกลงมา
คานาเมะวิ่งมาจนถึงบ้านหลังสุดท้ายของหมู่บ้านซึ่งติดริมทะเล
คลื่นลูกใหญ่กระทบชายฝั่งอย่างรุนแรงเหมือนจะดูดกลืนทุกสิ่ง
เขารีบวิ่งเข้าไปในบ้านหลังนั้น เป็นบ้านหลังเดียวที่ยังไม่โดนเผา
เมื่อเปิดประตูเข้าไป ทั้งบ้านมืดสลัวบรรยากาศวังเวง
มีแต่ซากปรักหักพัง หนังสือหล่นกระจายตามพื้น
โต๊ะเก้าอี้ถูกทำลายหักเป็นท่อนๆ แจกันแตกเป็นเสี่ยงๆ
ดอกเยียบีร่าที่เพิ่งซื้อมาวันนี้ถูกใครบางคนดึงกลีบออกจนหมด
ภาพถ่ายครอบครัวตกกระจาย เหมือนถูกทำลายลงไป
คานาเมะเดินจนไปถึงห้องครัว
เศษแก้วตกกระจายเต็มพื้นเหมือนกันห้องอื่นๆ
มีเพียงเตาแก๊ซซึ่งยังไม่ได้ปิด และหม้อซุปที่เป็นอาหารของวันนี้ตั้งอุ่นไว้บนเตา
เขาล้มลงเมื่อเห็นสิ่งที่อยู่ตรงหน้า
หน้าเตานั้นมีร่างไร้วิญญาณนอนอยู่
ร่างนั้นถูกทะลวงหน้าอกข้างซ้ายเหมือนศพอื่นๆ
เพียงแต่ว่าร่างนั้นมีรอยแผลเต็มตัว ต่างจากก่อนๆที่มีรอยแผลที่หน้าอกเท่านั้น
เขามองภาพที่อยู่ตรงหน้าด้วยร่างกายที่สั่นเทา
ในหัวมีแต่คำถามเต็มไปหมด
แล้วจู่ๆใบหน้าของเด็กสาวผมทองก็แว๊บเข้ามาในหัว
เขาเอามือยันพื้นเพื่อที่จะลุกขึ้น พยายามนึกถึงสถานที่จะพบเด็กสาวได้
เขาเดินออกมาจากห้อง ก่อนที่จะเดินออกจากประตูไปนั้น
เข้าหันกลับไปในห้องแล้วพูดว่า
“ เดี๋ยวผมมานะครับ คุณแม่ “ แล้วเขาก็วิ่งออกไป
ฝนตกลงมาอย่างรุนแรง ทำให้ไฟที่เผาหมู่บ้านดับไป
เม็ดฝนเย็นเฉียบทำให้รู้สึกเจ็บปวดทุกครั้งที่กระทบกับผิว
เขาวิ่งเลาะออกมาตามชายฝั่ง
‘ สถานที่ที่พบเธอได้... ‘
ความทรงจำบางอย่างแว๊บเข้ามา
วันนั้นเป็นวันที่ท้องฟ้าแจ่มใส ลมทะเลพัดมาเบาๆ
“แฮ่ก.....นี่ เมื่อไหร่จะถึงซะทีน่ะ... “
เสียงของเด็กชายดังขึ้นมา
“ จะถึงแล้วๆ บ่นจูจี้อยู่ได้ หยั่งกะคนแก่แน่ะ “
เด็กหญิงตอบ
แสงแดดสว่างจ้ากระทบใบหน้าอันอ่อนเยาว์ของทั้งสอง
“ ถึงแล้ว~!! “
แสงที่สาดส่องลงมากระทบตาทำให้ตาพร่าจนต้องยกมือขึ้นมาบังไว้
“ ว้าว...”
สิ่งที่อยู่ตรงหน้าคือบ้านไม้ผุหลังหนึ่ง ซึ่งมีเถาวัลย์พันอยู่ตั้งแต่ฝาผนังจนถึงหลังคา
โดยมีทุ่งดอกโคลเวอร์รายล้อมอยู่รอบๆบ้านหลังนั้น
“ เป็นไงล่ะ!!~ สวยใช่มั๊ย ชั้นเจอที่นี่เป็นคนแรกเลยนะ “ เอนิพูดขึ้นอย่างภาคภูมิใจ
“………”
“ หือ? คานาเมะเป็นอะไรของนายหน่ะ “
คานาเมะยังคงนิ่งอยู่
“….ฮัลโหล! ได้ยินรึเปล่า!!! “
“ คา นา เมะ!!!! “
เอนิตะโกนกรอกใส่หูอย่างแรง จนคานาเมะตกใจจนล้มลงไป
“ อ..เอ๊ะ... อ๊ะ อะไรหรอ..”
“ เป็นอะไรของนายหน่ะ อยู่ๆก็ไม่ตอบ!! “ เอนิพูดด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด
“ อ....อ๋อ..แค่อึ้ง..นิดหน่อยหน่ะ...” คานาเมะลูบหัว
“ ที่นี่หน่ะ...”
“ คือสถานที่ลับของเราสองคนไงล่ะ!! “
อานิกางแขนออกมา ลมทะเลพัดมาอีกครั้งทำให้ใบโคลเวอร์โดยรอบปลิว
“ หา? “ คานาเมะทำหน้ามึนๆ
“ สะ ถาน ที่ ลับ ไงล่ะ!! ที่นี่คือสถานที่ลับของพวกเรา อย่าไปบอกใครเชียวนะ! “
“ เมื่ออยู่ที่นี่ก็ต้องทำตามที่ชั้นสั่ง เข้าใจมั๊ย!! “ เด็กสาวยื่นหน้ามาหาอย่างทะมัดทะแมง
“ เอ๋...แล้วทำไมชั้นต้องทำตามที่เธอบอกด้วยเล่า... “ คานาเมะลุกขึ้น
“ ก็เพราะว่าชั้นเป็นคนเจอที่นี่คนแรกไงล่ะ! “ เอนิกอดอก
คานาเมะยืนนิ่งซักพัก แล้วจึงตอบว่า
“ งั้นขอความกรุณาด้วยนะครับ “
คานาเมะทำความเคารพ แล้วจึงเงยหน้ายิ้มให้เอนิ
เอนิยิ้มกลับ “ เอาล่ะ ก่อนอื่นเราก็ต้องทำความสะอาดที่นี่ก่อน “
“นายไปเอาอุปกรณ์ทำความสะอาดมากจากบ้านนะ “
“ อื้อ “ คานาเมะพยักหน้า
“ อย่าให้แม่รู้เชียวนะ~! “ เอนิชี้นิ้วและส่งเสียงชี่ออกจากปาก
“รับทราบ!!” เขาชูนิ้วโป้งกลับมา
ทั้งสองหัวเราะ ก่อนที่จะเริ่มทำงาน
........................
ท่ามกลางสายฝนที่โหมกระหน่ำเข้ามา
คานาเมะวิ่งเข้ามาตามพุ่มไม้ใหญ่
‘ ถ้าผ่านพุ่มไม้นี้ไปก็จะถึงที่นั่น ‘
“ ขอให้อยู่ทีเถอะ... “
เมื่อผ่านพุ่มไม้นั้นมาได้ ก็พบกับบ้านไม้ผุๆกลางสายฝน
ลมพัดแรงจนสามารถทำให้บ้านนั้นพังลงได้
คานาเมะรีบวิ่งเข้าไปในนั้นอย่างไม่ลังเล
สิ่งที่เขาอยากเห็นมากที่สุด..
“ เอนิ!!!!!! “
สิ่งที่เขาเห็นตรงหน้าคือ เด็กสาวผมสีทองในสภาพเปียกปอน
นั่งกอดเข่าตัวเองอยู่มุมห้อง
“ เป็นอะไรรึเปล่า!! “ เขาวิ่งเข้ามาเขย่าไหล่ของเธอ แต่ไม่มีการตอบสนอง
“ ตอบชั้นสิ!!! “
“ เธอเป็นอะไรบ้างรึเปล่า!! เกิดอะไรขึ้น!! “
เขาตะโกนถาม แต่ไม่มีเสียงตอบกลับมา
“ เอนิ!!! ตอบชั้นสิ!!! “
“………”
“……..เอง..”
“ หา? “
“ชั้น....ผิด...เอง....”
เสียงเบาบางของเด็กสาวตอบกลับมา
“ พูดอะไรของเธอหน่ะ “
เด็กสาวเงียบอีกครั้ง เธอกอดเข่าตัวเองแล้วก้มหน้าสะอื้นเบาๆ
“ อ....เอ่อ...” เขายื่นไม่ไปแตะตัวเด็กสาวอีกครั้ง
“ไปซะ!!!! “ เธอปัดมือของเขาออก
“ อ...อย่า..เข้ามา....”
“ เพราะชั้น...อึ่ก...คุณแม่ถึง....”
“ เธอพูดถึงอะไรหน่ะ “
“ ถ้าชั้นไม่เข้าไปในป่า ถ้าชั้น...ไม่ไป...มันคง....ไม่ตามมา “
“ ทุกคน...ทุก..คน....คุณแม่...ก็เลย...”
เอนิกัดฟันพูดออกมา
“ เป็นเพราะชั้นเอง!!! ชั้นเป็นคนพาปีศาจเข้ามา!! แต่ชั้น..กลับไม่เป็นอะไรเลย!!”
“ เพราะชั้นเอง!! ไม่อย่างนั้นคุณแม่ก็คง!!....“
เอนิพูดยังไม่จบ ร่างกายสั่นเทาของเธอถูกกอดไว้
“ พอแล้ว....หยุดเถอะ..”
“ คุณแม่ต้องไม่มีความสุขแน่ๆ ที่เห็นเธอเป็นแบบนี้”
“ คุณแม่ต้องเกลียดชั้นแน่ๆ!! ทุกคนในหมู่บ้านด้วย!! “
“ทุกคน...รวมทั้งนายก็ต้องเกลียดชั้นแน่ๆ!!! “
“ ไม่ใช่นะ!!! “
เด็กหนุ่มตะโกนลั่น ทำให้เด็กสาวตกใจชั่วขณะแล้วเงียบลง
“ ชั้นไม่มีทางเกลียดเธอหรอก ทุกๆคน...รวมทั้งแม่ของเธอด้วย “
“ ชั้นไม่เหลือแล้ว...เพื่อนๆ....ทุกคน....ครอบครัว....ไม่มีอีกแล้ว.. ชั้นไม่มีแรงและกำลังที่จะลุกขึ้นอีกแล้ว....”
“ มีสิ!!! “
“ ชั้นไงล่ะ!! “
“…………ถ้าเธอไม่มีครอบครัว ชั้นก็จะเป็นครอบครัวให้”
“ ถ้าเธอลุกไม่ไหว ชั้นก็จะเป็นแรงให้... “
“ ถึงชั้นจะปกป้องคนสำคัญของเธอไม่ได้...”
“ แต่ชั้นจะปกป้องเธอซึ่งเป็นคนสำคัญของชั้นเอง!!! “
แขนซ้ายของเขามีแสงสว่างจ้าขึ้น แล้วเปลี่ยนเป็นตราประทับขนาดยักษ์
“ ชั้นจะเป็นพลังให้กับเธอเอง “
เอนิมองหน้าคานาเมะซักพักก่อนที่จะพูดออกมาว่า
“นี่เป็นคำสั่ง....นายต้องเป็นอาวุธของชั้นจนกว่าชั้นจะสิ้นใจ “
คานาเมะยิ้มก่อนที่จะแปลงร่างเป็นตราประทับแบบสมบูรณ์ โดยเอนิได้คว้าเอาไว้
หลังจากนั้นทั้งสองคนก็ออกเดินทางจากหมู่บ้าน จนได้มาถึงเดธซิตี้
และเข้าเรียนที่โรงเรียนสำหรับผู้ใช้อาวุธและอาวุธ ซึ่งรู้จักกันในชื่อว่า
“ ชิบุเซ็น “
ณ ห้อง Fallenhet [ ห้องระดับ 2 ดาว ]
“ เอ๊ะ...หมายความว่าไงนะ “
เด็กสาวอายุสิบห้าสวมเสื้อ ผมสีทองมัดหางม้าแล้วม้วนทบเข้าไปอีกทีนึง
ดวงตาสีฟ้าใสใส่แว่นกรอบกลม เธอพูดขึ้นมาด้วยเสียงมึนงงสุดขีด
“ ก็อย่างที่พูดไปเมื่อกี๊นั่นล่ะนะ ต่อไปนี้ชั้นจะเลิกเป็นคู่หูของเธอแล้ว “
เด็กหนุ่มพูดกับเธอ ดวงตาสีเหลืองทอง ผมสีฟ้าสั้นกว่าบ่าเล็กน้อย
“ พูดง่ายๆก็คือ ชั้นไม่ใช่อาวุธของเธอแล้วยังไงล่ะ “
เขาพูดเสริมให้เข้าใจง่ายขึ้น
“……………”
“ไอ้คนไม่รักษาสัญญา.........” เด็กสาวพูดขึ้น
“ เอ๋? สัญญาอะไร? อ้อ ตอนนั้นสินะ “ เด็กหนุ่มตอบพร้อมกับยิ้ม
“ ตอนนั้นหน่ะ ชั้นไม่ได้ตอบตกลงเลยนะ แค่ยิ้มเฉยๆ หน่ะ~ “
“ หนอยยยยยยย!!!! “ เด็กสาวลุกขึ้นมาทำท่าเหมือนจะฆ่าเด็กหนุ่มให้ตายคามือ
“ หวา!! หัวหน้าห้องโกรธแล้ว!! “ นักเรียนในห้องคนหนึ่งพูดขึ้นมา
‘ kill ก่อง ก๊าง ก่อง~~ ‘
“ เอ๊ะ พักแล้วสินะ งั้นขอตัวก่อนล่ะนะ~ “ เด็กหนุ่มพูดขึ้นมาทำหน้าร่าเริง แล้วจึงรีบวิ่งออกไปจากห้อง
“…….คิดว่าจะหนีไปได้รึไงกัน..........คา นา เมะ!!!!!!!!!! “
เด็กสาวลุกขึ้นมาจากที่นั่งแล้วรีบวิ่งตามไป
end
---------------------------------------------------
ขอขอบคุณ special thank สุดๆ
Kurochan ที่ช่วยคิดเนื้อเรื่อง คิดบท คิดคำพูด คำลำดับฉาก คิดๆๆๆ =[]= //โดนถีบ
ขอปิดฉาก “ สิ่งที่ทำให้คนทั้ง 2 ผูกพันกัน ” เพียงเท่านี้
//เต้าหู้ผัดเผ็ดร่วงลงมาปิดงาน