33,972 กระทู้ ใน 2,801 หัวข้อ- โดย 12,195 สมาชิก - สมาชิกล่าสุด: gadaolerkm

หน้า: 1 ... 39 40 [41] 42 43
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: [ฟิคเวียน] อ่านเงื่อนไขในการสมัครที่หน้าแรกนะคะ!!  (อ่าน 35148 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
なっつ
ผู้ใช้อาวุธ 1 ดาว
*

ค่าพลังวิญญาณ: 170
ออฟไลน์ ออฟไลน์

จำนวนเงินบริจาค: ฿100.00
กระทู้: 727



ระดับการมาโรงเรียน
0%

Butler-Steward-and-Maid


เว็บไซต์
« ตอบ #600 เมื่อ: สิงหาคม 22, 2010, 10:47:58 PM »




ในที่สุดตอนจบก็มาซะที เชิญอ่านกัน...ให้ถ้วนหน้า


---------------------------------------------------



“ สิ่งที่ทำให้คนทั้ง 2 ผูกพันกัน ”(part 4 – final)

        ช่วงบ่ายๆหลังจากนั้น ประมาณ 2-3 วันได้  ท้องฟ้าปลอดโปร่งและแดดแรงกว่าวันอื่นๆ


“ .......หลายวันแล้วนะ คานาเมะยังไม่กลับมาอีกหรอเนี่ย... “ เอนิถอนหายใจ ก่อนจะปาดเหงื่อที่หน้าผาก


“ ……………………………. “ เอนิหันซ้ายหันขวามองรอบๆบ้าน

“ ไม่มีใครอยู่..... ”

“ ไม่สิๆ คุณแม่บอกว่าห้ามเข้าไปในป่ามันอันตราย!! “


.........


“ แต่ไปแค่ครั้งเดียวคงไม่เป็นไรมั้ง.... “

เอนิหยิบขนมปัง  3 ก้อน  หอด้วยทิชชู่แล้วใส่ในกระเป๋าเสื้อ

สวมรองเท้าและเสื้อโค้ตสำหรับเดินป่า

แล้วจึงวิ่งออกจากบ้าน มุ่งหน้าไปยังป่าซึ่งกั้นระหว่าง 2 หมู่บ้าน



‘ โครกกก~~ ‘

“ ........ไม่ได้กินข้าวมานานเท่าไหร่แล้วนะ “


“ ผลไม้แถวนี้ก็ช่วยอะไรไม่ค่อยได้เลย....”

เขาบ่นพึมพำแล้วหยิบผลไม้ขึ้นมากิน


“ เปรี้ยว~! “   แต่เขาก็พยายามที่จะกินผลไม้รสเปรี้ยวนั้นให้หมด


..........

‘ โครก~~ ‘

“ หิวจัง......” คานาเมะพูดอีกครั้ง


“ ยัยนั่นจะเป็นยังไงบ้างนะ... “

สายพัดผ่านมาอย่างแผ่วเบา

แล้วคานาเมะกลับหลับไปอย่างอ่อนแรง



ดวงอาทิตย์ค่อยๆเคลื่อนต่ำลงมายังเส้นขอบฟ้า

เอนิเดินเลียบตามชายป่าออกมาไกลจากหมู่บ้านพอสมควร

“ หมอนั่นไปไหนกันนะ.....”

“ ดันบุ่มบ่ามวิ่งไปแบบนั้น ถ้าเกิดหลงขึ้นมาจะทำยังไงกัน!!! “

“ ถ้าเจอตัวละก็...จะอัดให้กระเด็นซะเปรี้ย..........”


‘ แซ่กๆ ‘  มีเสียงเหมือนมีอะไรบางอย่างหลบอยู่ในพุ่มไม้


“ เอ๊ะ? “


 ‘ แซ่กๆๆๆๆๆ ‘ เสียงนั้นดังขึ้นเรื่อยๆ


“.....อ...อะไรหน่ะ “

“ ....ค..คานาเมะใช่มั๊ย เลิกเล่นได้แล้วนะ “


‘ ฟึ่บ! ‘

มีอะไรบางอย่างลอยผ่านเอนิไป

‘ กรรร ‘


มีเสียงของอะไรบางอย่างมาจากข้างหลังของเธอ

เอนิค่อยๆหันไปข้างหลัง แล้วก็พบกับ...

‘ สีดำ ‘





“ อือ........คอแห้งจังเลย “

เด็กชายผมสีฟ้ากำลังนั่งบนกิ่งของต้นไม้ใหญ่  พลางมองไปยังหมู่บ้านเล็กๆที่ตั้งอยู่


“…………………….”

“ เรา.....”

“ คือใครกันนะ.....”




“ เอนิ~~~~!! “

…..


“ คานาเมะ~~~~~!! “


แม่ของเอนิตะโกนเรียกหาทั้งสอง


แต่ไม่มีเสียงตอบรับกลับมา...

“ ไปไหนกันนะสองคนนี้.... “


“ เอาเถอะ เดี๋ยวหิวก็กลับมาเองแหละ “

แล้วเธอจึงเดินไปหน้าเตาแก๊ซ ซึ่งกำลังตั้งหม้อทำอาหารอยู่

เสร็จแล้วจึงตักมาเล็กน้อยเพื่อลองชิม


“ อื้อ! อร่อย~ เติมน้ำตาลอีกน่าจะโอเค “



ตัดกลับมาทางด้านของเอนิ


“ แฮ่ก....แฮ่ก.....”

‘ นี่มันอะไรกัน! ‘


‘ กรรรรรร ‘


‘ เจ้านี่มันตัวอะไรกัน!! ‘

เด็กสาววิ่งหนี อะไรบางอย่าง ใบหน้าซีดทั้งๆที่กำลังเหนื่อยอยู่

หัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะ เหงื่อไหลออกมาทั่วตัวเพราะความกลัว



สิ่งประหลาดนั้นกางเล็บอันแหลมคมออกมา

และกำลังจะฟันเอนิออกเป็นสองท่อน

“ ไม่!!! อย่านะ!!! “


เอนิคว้าท่อนไม้ ก่อนที่จะปาท่อนไม้ใส่สิ่งนั้น

‘ ปึ๊ก ‘

สิ่งประหลาดนั้นหยุดชะงัก เด็กสาวจึงใช้จังหวะนั้น

รีบวิ่งออกไปแบบไม่คิดชีวิต

‘ แสงสว่าง!! ‘

ในที่สุดเด็กสาวก็วิ่งออกมาจากป่าได้สำเร็จ


แต่เธอยังคงวิ่งต่อไป เธอวิ่งผ่านหมู่บ้านของเธอ

เมื่อเข้าไปในบ้านก็วิ่งเข้าไปในห้องนอน


‘ ปัง!!!! ‘  เสียงปิดประตูดังขึ้นจนห้องชั้นล่างได้ยิน


“ อ้าว เอนิกลับมาแล้วหรอ ปิดประตูซะดัง...”


แม่ของเอนิหันมาด้านหลัง แล้วตักซุปซึ่งเป็นอาหารเย็นวันนี้ใส่ถ้วย



“ แฮ่ก.....แฮ่ก.....”

เอนิรีบล็อคกลอนประตูให้มิดชิด


มือของเธอสั่นไม่หยุด ตัวเปื้อนดินและมีรอยแผลที่เกิดจากกิ่งไม้ข่วนเมื่อกี๊

เสื้อผ้าขาดและหลุดลุ่ย รองเท้าของเธอหลุดระหว่างทาง

ทำให้เท้าของเธอมีรอยแผลและมีเลือดไหลออกมา

เธอมุดตัวเข้าไปในผ้าห่มและกอดหมอนด้วยความหวาดกลัว


ทางด้านของคานาเมะ

ท้องฟ้ากำลังเปลี่ยนสีส้ม ส่วนดวงอาทิตย์เป็นสีแดงค่อยตกลงเส้นขอบฟ้าเรื่อยๆ

ดูเหมือนจะมองเห็นเมฆฝนสีเทาเข้มอยู่ลิบๆตัดกับท้องฟ้าสีส้ม


คานาเมะสะดุ้งตื่นขึ้นมาเพราะลมหนาวที่พัดผ่าน

ร่างกายของเขาอ่อนเพลีย อาจจะเป็นเพราะไม่ได้กินอาหารหลายวัน

หรือไม่ก็นอนหลับนานจนเกินไป

ขณะที่เขากำลังสะลึมสะลืออยู่นั้น  ก็ตกใจสุดขีดเมื่อเห็นสิ่งที่อยู่ตรงหน้า

“ อ...อะไร...กัน....”


ท้องฟ้าสีส้มซึ่งค่อยๆเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน ถูกบดบังด้วยกลุ่มควันสีดำขนาดใหญ่

อยู่เหนือหมู่บ้านเล็กๆซึ่งกำลังถูกเปลวไฟเผาไหม้อยู่

สิ่งที่เขาคิดอย่างแรกคือ วิ่งไปที่นั่นให้เร็วที่สุด

“ ทำไมกัน...จู่ๆขาก็ก้าวออกไปเอง!!”


สิ่งที่สองที่เขาคิดคือ หน้าของเด็กสาวดวงตาสีฟ้าผมสีทอง

เขาวิ่ง  วิ่งไม่หยุด ความเร็วค่อยๆเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

หมู่บ้านซึ่งกำลังถูกเผาอยู่ มีแต่ซากศพที่ถูกทะลวงหน้าอกข้างซ้าย

เป็นรูขนาดใหญ่ทะลุถึงข้างหลัง ทำให้เขารู้สึกร้อนในอก


เมฆสีเทาเข้มลอยเข้าไปใกล้ขึ้นเรื่อยๆ

ลมค่อยๆพัดแรงขึ้นแรงขึ้น และแล้วฝนก็ตกลงมา

คานาเมะวิ่งมาจนถึงบ้านหลังสุดท้ายของหมู่บ้านซึ่งติดริมทะเล

คลื่นลูกใหญ่กระทบชายฝั่งอย่างรุนแรงเหมือนจะดูดกลืนทุกสิ่ง

เขารีบวิ่งเข้าไปในบ้านหลังนั้น   เป็นบ้านหลังเดียวที่ยังไม่โดนเผา

เมื่อเปิดประตูเข้าไป ทั้งบ้านมืดสลัวบรรยากาศวังเวง

มีแต่ซากปรักหักพัง หนังสือหล่นกระจายตามพื้น

โต๊ะเก้าอี้ถูกทำลายหักเป็นท่อนๆ แจกันแตกเป็นเสี่ยงๆ

ดอกเยียบีร่าที่เพิ่งซื้อมาวันนี้ถูกใครบางคนดึงกลีบออกจนหมด

ภาพถ่ายครอบครัวตกกระจาย เหมือนถูกทำลายลงไป



คานาเมะเดินจนไปถึงห้องครัว

เศษแก้วตกกระจายเต็มพื้นเหมือนกันห้องอื่นๆ

มีเพียงเตาแก๊ซซึ่งยังไม่ได้ปิด และหม้อซุปที่เป็นอาหารของวันนี้ตั้งอุ่นไว้บนเตา


เขาล้มลงเมื่อเห็นสิ่งที่อยู่ตรงหน้า

หน้าเตานั้นมีร่างไร้วิญญาณนอนอยู่

ร่างนั้นถูกทะลวงหน้าอกข้างซ้ายเหมือนศพอื่นๆ

เพียงแต่ว่าร่างนั้นมีรอยแผลเต็มตัว ต่างจากก่อนๆที่มีรอยแผลที่หน้าอกเท่านั้น

เขามองภาพที่อยู่ตรงหน้าด้วยร่างกายที่สั่นเทา

ในหัวมีแต่คำถามเต็มไปหมด

แล้วจู่ๆใบหน้าของเด็กสาวผมทองก็แว๊บเข้ามาในหัว

เขาเอามือยันพื้นเพื่อที่จะลุกขึ้น  พยายามนึกถึงสถานที่จะพบเด็กสาวได้


เขาเดินออกมาจากห้อง ก่อนที่จะเดินออกจากประตูไปนั้น

เข้าหันกลับไปในห้องแล้วพูดว่า

“ เดี๋ยวผมมานะครับ คุณแม่ “  แล้วเขาก็วิ่งออกไป

ฝนตกลงมาอย่างรุนแรง ทำให้ไฟที่เผาหมู่บ้านดับไป

เม็ดฝนเย็นเฉียบทำให้รู้สึกเจ็บปวดทุกครั้งที่กระทบกับผิว

เขาวิ่งเลาะออกมาตามชายฝั่ง

‘ สถานที่ที่พบเธอได้... ‘


ความทรงจำบางอย่างแว๊บเข้ามา

วันนั้นเป็นวันที่ท้องฟ้าแจ่มใส ลมทะเลพัดมาเบาๆ   


“แฮ่ก.....นี่ เมื่อไหร่จะถึงซะทีน่ะ... “

เสียงของเด็กชายดังขึ้นมา

“ จะถึงแล้วๆ บ่นจูจี้อยู่ได้ หยั่งกะคนแก่แน่ะ “

เด็กหญิงตอบ

แสงแดดสว่างจ้ากระทบใบหน้าอันอ่อนเยาว์ของทั้งสอง

“ ถึงแล้ว~!! “


แสงที่สาดส่องลงมากระทบตาทำให้ตาพร่าจนต้องยกมือขึ้นมาบังไว้

“ ว้าว...”

สิ่งที่อยู่ตรงหน้าคือบ้านไม้ผุหลังหนึ่ง ซึ่งมีเถาวัลย์พันอยู่ตั้งแต่ฝาผนังจนถึงหลังคา

โดยมีทุ่งดอกโคลเวอร์รายล้อมอยู่รอบๆบ้านหลังนั้น

“ เป็นไงล่ะ!!~ สวยใช่มั๊ย ชั้นเจอที่นี่เป็นคนแรกเลยนะ “ เอนิพูดขึ้นอย่างภาคภูมิใจ

“………”


“ หือ? คานาเมะเป็นอะไรของนายหน่ะ “

คานาเมะยังคงนิ่งอยู่

“….ฮัลโหล! ได้ยินรึเปล่า!!! “

“ คา นา เมะ!!!! “

เอนิตะโกนกรอกใส่หูอย่างแรง จนคานาเมะตกใจจนล้มลงไป

“ อ..เอ๊ะ... อ๊ะ อะไรหรอ..”


“ เป็นอะไรของนายหน่ะ อยู่ๆก็ไม่ตอบ!! “ เอนิพูดด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด

“ อ....อ๋อ..แค่อึ้ง..นิดหน่อยหน่ะ...” คานาเมะลูบหัว


“ ที่นี่หน่ะ...”

“ คือสถานที่ลับของเราสองคนไงล่ะ!! “


อานิกางแขนออกมา ลมทะเลพัดมาอีกครั้งทำให้ใบโคลเวอร์โดยรอบปลิว


“ หา? “ คานาเมะทำหน้ามึนๆ

“ สะ ถาน ที่ ลับ ไงล่ะ!! ที่นี่คือสถานที่ลับของพวกเรา อย่าไปบอกใครเชียวนะ! “

“ เมื่ออยู่ที่นี่ก็ต้องทำตามที่ชั้นสั่ง เข้าใจมั๊ย!! “ เด็กสาวยื่นหน้ามาหาอย่างทะมัดทะแมง


“ เอ๋...แล้วทำไมชั้นต้องทำตามที่เธอบอกด้วยเล่า... “ คานาเมะลุกขึ้น


“ ก็เพราะว่าชั้นเป็นคนเจอที่นี่คนแรกไงล่ะ! “ เอนิกอดอก

คานาเมะยืนนิ่งซักพัก แล้วจึงตอบว่า

“ งั้นขอความกรุณาด้วยนะครับ “

คานาเมะทำความเคารพ แล้วจึงเงยหน้ายิ้มให้เอนิ

เอนิยิ้มกลับ “ เอาล่ะ ก่อนอื่นเราก็ต้องทำความสะอาดที่นี่ก่อน  “

“นายไปเอาอุปกรณ์ทำความสะอาดมากจากบ้านนะ “


“ อื้อ “ คานาเมะพยักหน้า

“ อย่าให้แม่รู้เชียวนะ~! “ เอนิชี้นิ้วและส่งเสียงชี่ออกจากปาก

“รับทราบ!!” เขาชูนิ้วโป้งกลับมา

ทั้งสองหัวเราะ ก่อนที่จะเริ่มทำงาน



........................


ท่ามกลางสายฝนที่โหมกระหน่ำเข้ามา

คานาเมะวิ่งเข้ามาตามพุ่มไม้ใหญ่

‘ ถ้าผ่านพุ่มไม้นี้ไปก็จะถึงที่นั่น ‘


“ ขอให้อยู่ทีเถอะ... “

เมื่อผ่านพุ่มไม้นั้นมาได้ ก็พบกับบ้านไม้ผุๆกลางสายฝน

ลมพัดแรงจนสามารถทำให้บ้านนั้นพังลงได้

คานาเมะรีบวิ่งเข้าไปในนั้นอย่างไม่ลังเล


สิ่งที่เขาอยากเห็นมากที่สุด..

“ เอนิ!!!!!! “

สิ่งที่เขาเห็นตรงหน้าคือ เด็กสาวผมสีทองในสภาพเปียกปอน

นั่งกอดเข่าตัวเองอยู่มุมห้อง

“ เป็นอะไรรึเปล่า!! “ เขาวิ่งเข้ามาเขย่าไหล่ของเธอ แต่ไม่มีการตอบสนอง

“ ตอบชั้นสิ!!! “

“ เธอเป็นอะไรบ้างรึเปล่า!! เกิดอะไรขึ้น!! “

เขาตะโกนถาม แต่ไม่มีเสียงตอบกลับมา

“ เอนิ!!! ตอบชั้นสิ!!! “


“………”

“……..เอง..”


“ หา? “


“ชั้น....ผิด...เอง....”

เสียงเบาบางของเด็กสาวตอบกลับมา

“ พูดอะไรของเธอหน่ะ “

เด็กสาวเงียบอีกครั้ง เธอกอดเข่าตัวเองแล้วก้มหน้าสะอื้นเบาๆ

“ อ....เอ่อ...” เขายื่นไม่ไปแตะตัวเด็กสาวอีกครั้ง


“ไปซะ!!!! “ เธอปัดมือของเขาออก

“ อ...อย่า..เข้ามา....”


“ เพราะชั้น...อึ่ก...คุณแม่ถึง....”

“ เธอพูดถึงอะไรหน่ะ “

“ ถ้าชั้นไม่เข้าไปในป่า ถ้าชั้น...ไม่ไป...มันคง....ไม่ตามมา “


“ ทุกคน...ทุก..คน....คุณแม่...ก็เลย...”

เอนิกัดฟันพูดออกมา

“ เป็นเพราะชั้นเอง!!! ชั้นเป็นคนพาปีศาจเข้ามา!! แต่ชั้น..กลับไม่เป็นอะไรเลย!!”



“ เพราะชั้นเอง!! ไม่อย่างนั้นคุณแม่ก็คง!!....“

เอนิพูดยังไม่จบ ร่างกายสั่นเทาของเธอถูกกอดไว้

“ พอแล้ว....หยุดเถอะ..”

“ คุณแม่ต้องไม่มีความสุขแน่ๆ ที่เห็นเธอเป็นแบบนี้”

“ คุณแม่ต้องเกลียดชั้นแน่ๆ!! ทุกคนในหมู่บ้านด้วย!! “

“ทุกคน...รวมทั้งนายก็ต้องเกลียดชั้นแน่ๆ!!! “



“ ไม่ใช่นะ!!! “

เด็กหนุ่มตะโกนลั่น ทำให้เด็กสาวตกใจชั่วขณะแล้วเงียบลง


“ ชั้นไม่มีทางเกลียดเธอหรอก ทุกๆคน...รวมทั้งแม่ของเธอด้วย “


“ ชั้นไม่เหลือแล้ว...เพื่อนๆ....ทุกคน....ครอบครัว....ไม่มีอีกแล้ว.. ชั้นไม่มีแรงและกำลังที่จะลุกขึ้นอีกแล้ว....”



“ มีสิ!!! “

“ ชั้นไงล่ะ!! “

“…………ถ้าเธอไม่มีครอบครัว ชั้นก็จะเป็นครอบครัวให้”

“ ถ้าเธอลุกไม่ไหว ชั้นก็จะเป็นแรงให้... “

“ ถึงชั้นจะปกป้องคนสำคัญของเธอไม่ได้...”



“ แต่ชั้นจะปกป้องเธอซึ่งเป็นคนสำคัญของชั้นเอง!!! “


แขนซ้ายของเขามีแสงสว่างจ้าขึ้น แล้วเปลี่ยนเป็นตราประทับขนาดยักษ์


“ ชั้นจะเป็นพลังให้กับเธอเอง “

เอนิมองหน้าคานาเมะซักพักก่อนที่จะพูดออกมาว่า


“นี่เป็นคำสั่ง....นายต้องเป็นอาวุธของชั้นจนกว่าชั้นจะสิ้นใจ “

คานาเมะยิ้มก่อนที่จะแปลงร่างเป็นตราประทับแบบสมบูรณ์ โดยเอนิได้คว้าเอาไว้



หลังจากนั้นทั้งสองคนก็ออกเดินทางจากหมู่บ้าน จนได้มาถึงเดธซิตี้

และเข้าเรียนที่โรงเรียนสำหรับผู้ใช้อาวุธและอาวุธ ซึ่งรู้จักกันในชื่อว่า


“ ชิบุเซ็น “


ณ ห้อง Fallenhet [ ห้องระดับ 2 ดาว ]


“ เอ๊ะ...หมายความว่าไงนะ “

เด็กสาวอายุสิบห้าสวมเสื้อ ผมสีทองมัดหางม้าแล้วม้วนทบเข้าไปอีกทีนึง

ดวงตาสีฟ้าใสใส่แว่นกรอบกลม  เธอพูดขึ้นมาด้วยเสียงมึนงงสุดขีด


“ ก็อย่างที่พูดไปเมื่อกี๊นั่นล่ะนะ ต่อไปนี้ชั้นจะเลิกเป็นคู่หูของเธอแล้ว “

เด็กหนุ่มพูดกับเธอ ดวงตาสีเหลืองทอง ผมสีฟ้าสั้นกว่าบ่าเล็กน้อย


“ พูดง่ายๆก็คือ ชั้นไม่ใช่อาวุธของเธอแล้วยังไงล่ะ “

เขาพูดเสริมให้เข้าใจง่ายขึ้น


“……………”


“ไอ้คนไม่รักษาสัญญา.........” เด็กสาวพูดขึ้น


“ เอ๋? สัญญาอะไร? อ้อ ตอนนั้นสินะ “ เด็กหนุ่มตอบพร้อมกับยิ้ม

“ ตอนนั้นหน่ะ ชั้นไม่ได้ตอบตกลงเลยนะ แค่ยิ้มเฉยๆ หน่ะ~ “


“ หนอยยยยยยย!!!! “ เด็กสาวลุกขึ้นมาทำท่าเหมือนจะฆ่าเด็กหนุ่มให้ตายคามือ



“ หวา!! หัวหน้าห้องโกรธแล้ว!! “ นักเรียนในห้องคนหนึ่งพูดขึ้นมา



‘ kill ก่อง ก๊าง ก่อง~~ ‘



“ เอ๊ะ พักแล้วสินะ งั้นขอตัวก่อนล่ะนะ~ “ เด็กหนุ่มพูดขึ้นมาทำหน้าร่าเริง แล้วจึงรีบวิ่งออกไปจากห้อง



“…….คิดว่าจะหนีไปได้รึไงกัน..........คา นา เมะ!!!!!!!!!! “


เด็กสาวลุกขึ้นมาจากที่นั่งแล้วรีบวิ่งตามไป




end



---------------------------------------------------



ขอขอบคุณ special thank สุดๆ


Kurochan ที่ช่วยคิดเนื้อเรื่อง คิดบท คิดคำพูด คำลำดับฉาก คิดๆๆๆ =[]= //โดนถีบ



ขอปิดฉาก  “ สิ่งที่ทำให้คนทั้ง 2 ผูกพันกัน ” เพียงเท่านี้

//เต้าหู้ผัดเผ็ดร่วงลงมาปิดงาน

บันทึกการเข้า


Rei&Kanon
Class : Axe
อาวุธสุดคูล
*

ค่าพลังวิญญาณ: 58
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 550



ระดับการมาโรงเรียน
0%

不器用なこの勇気は コンプレックス・イマージュ


เว็บไซต์
« ตอบ #601 เมื่อ: สิงหาคม 23, 2010, 10:01:35 PM »

อ่านไป ทำไมคานาเมะถึง..

ดูเหมือนพระเอกการ์ตูนไปเลยซะงั้นฟะ... = =

บันทึกการเข้า

ตารอ(OK?)
Class : Spoon
วิญญาณเร่ร่อน
*

ค่าพลังวิญญาณ: 48
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 142



ระดับการมาโรงเรียน
0%

Please don't say "you are Appendix!!"


เว็บไซต์
« ตอบ #602 เมื่อ: สิงหาคม 23, 2010, 10:38:32 PM »

เผ็ดว้อย!!!!!!!! yociexp25(นั่งอ่านตั้งนานเพื่อกินเต้าหู้ผัดเผ็ด= ='')

หวังว่าจะทำมาอีกนะ
บันทึกการเข้า




ถ้าอยากเจอความเสื่อมแบบบิ๊กๆมาเจอกันได้ที่ บล็อกของข้าพเจ้า
Phantom & Mist
Class : Holy Sword
อาวุธสุดคูล
*

ค่าพลังวิญญาณ: 34
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 658



ระดับการมาโรงเรียน
0%

ファントム ブラック


« ตอบ #603 เมื่อ: สิงหาคม 27, 2010, 04:46:35 PM »

ไม่ได้เคะโว้ยยยย yociexp25
=============================================================
รอติดตามนานพอควร แต่ก็แต่งสนุกพอสมควร
ว่าแต่ตารอเจ้าเมื่อไรจะส่งฟิคหา
========================ส่งงาน==============
หลังจากพักไป เพราะเจอเรื่องต่างๆมากมาย [ใช่ มากมายจเนได้ประสบการณ์ เกือบได้เห็นความตายจริงๆ]
ฟิคที่เขียนนี้ก็เปรียบ เหมือนกับตัววัดระดับ ความจำและความคิดในสมองนิดหน่อย
[เพราะไม่นานมานี้หัวพึ่งไปกระแทกกับพื้นอย่างแรงเข้า] ขอเริ่มเลยละกัน

Soul Eater Fic: something Unknown   

ณ.ชานเมืองแห่งหนึ่ง ที่เงียบสงบและเต็มไปด้วยเสียงนกนางนวล [ร้องแกว๊กๆ สินะ]
บ้านหลังหนึ่งที่อยู่ห่างจากตัวเมืองนิดหน่อย ได้มีชายวัยกลางคนเดิน ถือวัตถุดิบทำอาหารเดินตรงไปที่บ้านที่ดูหรูหรานิดหน่อย เมื่อชายคนนั้นมาถึงที่บ้าน ก็ได้มีเด็กสาว อายุราวๆ4 ขวบ ยืนต้อนรับตรงหน้าบ้าน
“คุณลุง อุลเคนกลับมาแล้วเหรอคะ? เหรอคะ? ” เด็กสาวพูดด้วยหน้าตาที่ยิ้มแย้มแจ่มใส
“กลับมาแล้วครับ คุณหนู มิยูคิ” อุลเคนพูดพร้อมกับยิ้มออกมาแล้วลูบหัวมิยูคิ นิดหน่อย [สะ สองมาตรฐานชัดๆ]
“เหรอคะ วันนี้คุณลุง ไม่มีงานเหรอคะ ถึงกลับมาเร็วจัง” มิยูคิพูดขึ้นพร้อมกับมองหน้าอุลเคน
“วันนี้ ลุงเลิกงานไว้นิดหน่อย เพื่อเรียบมาหาหนูเลยไงล่ะ” อุลเคนพูดเข้าไปพร้อมกับเดินเข้าไปในบ้าน
 “จริงเหรอคะ? เหรอคะ?” มิยูคิถามกลับ
“จริงสิ” อุลเคนพูดพร้อมกับยิ้มออกมา
เมื่อมิยูคิได้ยินที่อุลเคนพูดก็ดีใจยกใหญ่ หลังจากนั้น อุลเคนก็เดินไปที่ห้องครัวพร้อมกับคิดในใจไปพลางๆ
“(นี่ก็ผ่านมา 3 ปีได้แล้วสินะ หลังจากเหตุการณ์ ในครั้งนั้น)” อุลเคนพูดไปพร้อมกับหั่นหัวหอม
“(อาคุมะ ชั้นยังจำแกได้ไม่เคยลืม ทุกอย่างที่แกทำลายลงไป ทั้งเกียรติ ของตระกูลอะไครวมถึงตาขวาข้างนี้)”
[เกร็ดความรู้มั่วซั้ว] ตามหลักนะ Akai น่าจะอ่านเป็นอะคาอิได้เหมือนกันไม่ใช่เหรอแต่อะไคก็น่าจะถูกแล้วถ้าอ่านตามสากลแต่ แต่คนญี่ปุ่นเวลาพูดเรามักจะได้ยินเป็น A-ka-I ทำให้ได้ยินต่างกันออกไปแต่ก็ ช่างเถอะ]
“(ถึงแม้ว่าคนทำลายตระกูลอะไคจริงๆจะเป็นพวก ชิโรยูกิ ก็เถอะแต่พวกมันก็พึ่งล่มสลายไปเมื่อปีที่แล้ว ถ้านับตามอายุแล้ว ป่านี้แกคงเอายุ 6 ขวบแล้วสินะถ้าเจอตัวเมื่อไรชั้นไม่ปล่อยแกไว้แน่)”
อุลเคนหั่นหัวหอมไปแล้วน้ำตาไหลไป [ก็เพราะว่ามันเป็นหัวหอมไงล่ะ]
“มี่~ อุลจังร้องไห้ทำไมเหรอ” เสียงของเด็กสาวคนนึงทักขึ้นแต่ดูเหมือนจะไม่ใช่มิยูคิแต่เป็น......
“เพราะหัวหอมตะหากล่ะ แล้วมีธุระอะไรโนชิโยะ มาเรีย”
อุลเคนพูดไปพร้อมกับจ้องไปที่มาเรียด้วยสายตาที่ดุร้ายราวกลับระแวงในตัวมาเรีย
“ไม่ต้อง เรียกซะเต็มยศขนาดนั้นก็ได้ นี่แล้วทำไมต้องจ้องเราด้วยสายตาแบบนั้นด้วย”
“(โนชิโยะ มาเรีย เมื่อ3ปีก่อน เคยช่วยเรากับคุณหนูมิยูคิไว้ แถมยังให้ที่พักกับพวกเราอีก ก็อยากขอบคุณหรอกนะ แต่เพราะยัย นี่เป็นแม่มดจึงเชื่อใจอะไรไม่ค่อยได้เราไม่รู้ด้วยซ้ำว่าที่ช่วยเราไว้เพราะหวังอะไรรึเปล่า)”
อุลเคนพูดต่อไปพร้อมกับเอาหัวหอมลงกระทะ
“ไม่ต้องระแวงเราขนาดนั้นก็ได้นะ อุลจัง เราไม่คิดจะทำอะไรอุลจังกับมิยุกกี้ จริงๆนะ” มาเรียพูดพร้อมกับยิ้ม
“(แม่มดก็เป็น แม่มดอยู่วันยังค่ำ ชั้นจะขอจับตามองแกดูก่อนล่ะกัน สักวันแกต้องยอมโพร่หางออกมาแน่ [เขาหมายถึงเผยธาตแท้ออกมาน่ะ])”
“คุณมาเรีย มาเล่นกันเถอะนะคะ นะคะ” มิยูคิเดินมาเรียกมาเรียในห้องครัวพร้อมถือบล็อกของเล่นมาในมือ
“คุณหนูมิยูคิ อย่าเดินมาแถวห้องครัวสิครับมันอันตรายนะครับ” อุลเคนเดินเข้าไปหามิยูคิทันทีที่พูดเสร็จ
“ได้สิ ไม่มีปัญหาอยู่แล้วล่ะ นิป้า~” มาเรียพูดพร้อมกับยิ้มออกมาอย่างร่าเริงแจ่มใส
หลังจากนั้นพออุลเคนทำอาหารเสร็จ ทั้งอุลเคนกับมิยูคิและมาเรีย ก็นั่งทานอาหารด้วยกัน
“(ให้ตายสิถ้าคุณหนูมิยูคิไม่ เอ่ย ปากชวนชั้นไม่ยอมให้แกนั่งอยู่บนโต๊ะกินข้าวนี้หรอก)”
อุลเคนคิดไปพร้อมกับจ้องไปที่มาเรีย
[และถ้าไม่ใช่มิยูคิ แกคงไม่ได้อยู่บ้านหลังนี้หรอก//โดนตบออกนอกวงโคจร]
หลังจากกินอาหารเสร็จ และเก็บกวาดเรียบร้อยแล้วนั้น
“เอาล่ะคุณ หนูมิยูคินี่ก็ดึกมากแล้วเข้านอนได้แล้วล่ะนะ ถ้านอนดึกระวังโดนโมเรียว (ปิศาจลักซ่อน) จับตัวไปนะ” อุลเคนพูดพร้อมกับเอาหน้าไปใกล้ๆมิยูคิ
“ไม่เอาน้า หนูไม่อยากโดนปิศาจจับ หนูจะเข้านอนแล้วค่า” มิยูคิวิ่งเข้าไปในห้องนอนอย่างรวดเร็ว
“ดูเหมือนจะใช้ ชีวิตตามปรกติได้แล้วสินะ อุลจังเองก็ทำงานธรรมดาทั่วไป ทำให้ดูเป็นเหมือนกับเป็นครอบครัว ธรรมดา ไปเลยล่ะแต่ก็นะ ยังไงซะ…..” มาเรียเงียบไปสักพักแล้วพูดขึ้นอีกครั้ง
“ปิศาจก็คือปิศาจอยู่วันยังค่ำ จริงมั้ย หึ หึ” มาเรียหัวเราะออกมาพร้อมกับบรรยากาศ สยองขวัญ แล้วมาเรียก็พูดต่อทันที
“แล้วจะปิด เรื่องของพี่ชายของ มิยุกกี้ไปถึงเมื่อไรล่ะ ยังไงซะสักวันเธอก็ต้องรู้ความจริงอยู่แล้วทุกอย่างก็ขึ้นอยู่กับเวลาว่าจะช้าหรือเร็ว เราว่าบอกไปตอนนี้เลยไม่ดีกว่าเหรอ”
“มันยังไม่ถึงเวลาที่คุณหนูมิยูคิจะรู้เรื่องพวกนั้นนะ” อุลเคนพูดไปพร้อมกับจิบชาอย่างใจเย็น
“งั้นเหรอ แต่ว่านะที่น่าเป็นห่วงก็มีอีกเรื่องหนึ่ง” มาเรียเริ่มพูดด้วยเสียงที่เบาลงเรื่อยๆ
“อะไรเหรอ?”
“คงรู้แล้วสินะว่าตระกูล ชิโรยูกิ น่ะล่มสลายไปเมื่อปีที่แล้ว” มาเรียพูดออกไปพร้อมกับมองไปนอกหน้าต่าง
“ข่าวใหญ่แบบนั้นใครไม่รู้ก็เป็นพวกหลังเขาแล้วล่ะ” อุลเคนจิบชาอย่างใจเย็น
“แต่คงไม่รู้สินะว่า ผู้สืบทอดตระกูลชิโรยูกิ รุ่นต่อไปยังมีชีวิตอยู่” มาเรียหันมาจ้องอุลเคนทันทีเมื่อพูดเสร็จ
“เพร้ง” เสียงแก้วชาของอุลเคนตกกระทบกับพื้นทันที
“ว่าไงนะ พูดสืบทอดของตระกูลชิโรยูกิ ยังมีชีวิตอยู่งั้นเหรอ” อุลเคนพูดด้วยความตระหนกตกใจแบบสุดๆ
“เราเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน เพราะมันเป็นแค่ข่าวลือ แต่ถ้าข่าวลือนั้นเป็นจริงล่ะก็ อีกหลายปีต่อจากนี้ ต้องเกิดสงครามขึ้นอีกครั้งแน่นอน” มาเรียพูดพร้อมกับจิบชาแล้วพูดด้วยเสียงที่เย็นชา
“สงครามที่ ตระกูลอะไค กับ ชิโรยูกิ ก่อขึ้นงั้นแสดงว่าอีกไม่นานโลกใบนี้ก็จะกลับเข้าสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ด้วน่ะสิ” อุลเคนพูดขึ้นแล้วทุบโต๊ะอย่างแรง
“คิดว่าคงใช่ถ้าคำทำนายนั้นเป็นจริงล่ะก็ คงยุ่งกันยกใหญ่เลยล่ะ” มาเรียลุกขึ้นมาพร้อมกับหยิบชามาเถลงแก้ว
“ตามที่ตระกูล ทาคาริโนะทำนายไว้ อีกหลายปีต่อจากนี้จะเกิดการต่อสู้ครั้งใหญ่ของผู้สืบทอดของสองตระกูลใหญ่ และในท้ายที่สุดนั้น..........” พออุลเคนไม่ยอมพูดต่อแล้วก็นิ่งเงียบไป
“แล้วอะไรล่ะ” มาเรียจ้องอุลเคนแบบไม่ละสายตา
“โลกใบนี้จะถูกความคลั่งกลืนกิน และในท้ายที่สุด โลกใบนี้ก็จะถึงจุดจบ”
บรรยากาศในห้องเต็มไปด้วยความตรึงเครียด และเงียบสงัด หลังจากนั้นอุลเคนก็พูดต่อ
“ในวันที่เกิดการต่อสู้นั้นพวกเขาจะเรียกวันนั้นว่า “วันแห่งพันธะสัญญา”ไม่มีใครรู้ว่าวันนั้นจะมาถึงเมื่อไร แต่วิธีเดียวที่จะหยุด เรื่องทั้งหมดได้คือ ต้องกำจัดผู้สืบทอดตระกูลใด ตระกูลหนึ่งในสองตระกูลนี้ให้ได้ก่อนถึงวันแห่งพันธะสัญญา สิ่งที่ชั้นรู้ก็มีแค่นี้ล่ะ” อุลเคนพูดไปพร้อมกับมองไปที่ห้องนอนของมิยูคิ
[เฉลย: ในSeason แรกตอนมาเรียคุยกับมิสต์มาเรียได้พูดถึงแฟนธ่อมไว้ว่า “ให้ระวังแฟนธ่อมไว้ บางที ถ้าหยุดไม่อยู่ฉันอาจจะฆ่าเขาได้...” //สามารถกลับไปอ่านตอนเก่าได้นะในภาคแรกตอนที่ 15 ได้มั้ง ]
“ขอบใจนะ ที่บอกอะไรหลายๆอย่างให้เราได้รู้น่ะ” มาเรียลุกจากเก้าอี้ที่นั่งแล้วเดินไปที่ประตู
“กลับแล้วสินะ” อุลเคนเก็บน้ำชาที่พวกเขาทั้งสองดื่ม กันทั้งคู่
“อืม ไปก่อนนะอุลจัง แล้วก็ดูแล มิยุกกี้ให้ดีด้วยล่ะแล้วเราจะมาเยี่ยมทีหลัง”
หลังจากนั้นมาเรียก็หายตัวไป ทางอุลเคน ก็เดินมาหน้าบ้านแล้วเงยหน้ามองท้องฟ้า
“อีกหลายปีต่อจากนี้ จะเกิดการต่อสู้ครั้งใหญ่ขึ้นไม่สิ ถ้าจะพูดให้ถูกมันน่าจะเรียกว่าสงครามเสียมากกว่า เพื่อไม่ให้โลกต้องบิดเบี้ยวเพราะความคลั่งไปมากว่านี้ ชั้นจะฆ่า แกลงมั้ยนะ อาคุมะ”


======================End=========================
จบแบบ งง หรือไม่ งง แต่ที่แน่ๆขออภัยล่วงหน้าที่เขียนห่วย (บางท่านที่คิดว่ามันห่วย)
แต่ที่แน่ๆคือ เหมือนตอนพิเศษนี้จะเป็นตัว ปูทางไปสู่เนื้อเรื่องหลักในช่วงสุดท้าย ของการต่อสู้
แต่คนเขียนเองก็ งง เหมือนกันว่า ไปใส่ปริศนา ลงไปในฟิคตัวเองตั้งแต่เมื่อไร เพราะ ตอนพิเศษนี้ก็ เหมือนกับบทเฉลย ยังไง ยังงั้นเลย //ว่าไปนั้น ฮะ ฮะ



 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 28, 2010, 01:47:33 PM โดย Phantom & Mist » บันทึกการเข้า

ตารอ(OK?)
Class : Spoon
วิญญาณเร่ร่อน
*

ค่าพลังวิญญาณ: 48
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 142



ระดับการมาโรงเรียน
0%

Please don't say "you are Appendix!!"


เว็บไซต์
« ตอบ #604 เมื่อ: กันยายน 01, 2010, 05:05:26 PM »

ไม่ได้เคะโว้ยยยย yociexp25
รอติดตามนานพอควร แต่ก็แต่งสนุกพอสมควร
ว่าแต่ตารอเจ้าเมื่อไรจะส่งฟิคหา


ข้าจะส่งฟิคต่อเมื่อ.....เจ้ายอมรับความหมายของภาพนี้ซะ!!!!

ความจริงสีแดง!!!!! yoci0914

Pb’8รู้สึกว่าข้ามเนื้อหาบางท่อนไปแฮะไปย้อนอดีตเติมกันเองเน้อ= =’’

Fiction season II EP 17 “deception”


เช้าวันใหม่หลังวันอีฟ

“เอาล่ะ ตาหายเจ็บซักที”
เทอเรียนพูดพลางแกะมัดผ้าพันแผลที่พันตาขวาไว้ออกมา(หายเร็วไปไหม?คืนเดียวหายเจ็บ)
“เมื่อวานมันอะไรกัน ทั้งคานงไล่ทำร้าย ทั้งร่างกายไม่ฟื้นสภาพและ......”
เทอเรียนมองตัวเองในกระจกแล้วมองไปที่ตาขวาของเขา
“ลูกตาประหลาดๆแทนตาขวาของชั้นนี่มันอะไร?”
ลักษณะของลูกตาของเทอเรียนมีอักขระจนเต็มลูกนัยตาแต่ไม่มีลูกตาดำเหมือนเป็นแค่ตาปลอมที่ใส่ประดับเฉยๆ
“เอาเถอะถึงมีไปตาขวาชั้นก็ยังมองไม่เห็นเหมือนเดิม ถือว่าของประดับไปแล้วกัน”
แล้วเทอเรียนก็เอาผ้าคาดตา (แบบคนป่วย) สวมปิดทับตาขวาไป
“เทอเรียน~~~~ตื่นได้แล้ว~~จะสายแล้วนะ!!!!”
เสียงสพูนตะโกนมาจากข้างล่างเรียกเทอเรียน
“โอเคๆ สตาร์ทรถรอได้เลย”
“รับทราบ~~~~!”


“ประกาศพวกนี้หมายความว่าไง?”
แคมเบลล์หยุดมองใบประกาศที่ถูกมาแปะในบอร์ดข่าวสาร
“มิสต์ช่วยมาดูหน่อยสิว่าหมายถึงอะไร?” (CMๆๆๆ!!!!) 
“อ่า..ค่ะ”
มิสต์เดินมาที่ประกาศแต่ไม่ทันที่มิสต์จะได้อ่าน
‘แคว่ก’
คานงที่เดินผ่านได้แบบบังเอิญฉีกประกาศออกไป
“โทษทีมือลื่นนะ(จะให้มิสต์รู้ได้ไงว่าแฟนธ่อมโดนชิบุเซ็นตามล่าอยู่ขืนรู้ได้ช็อกกลางร.ร.แน่ๆ)”
“.......น่าสงสัย.......”
แคมเบลล์พูดเสร็จก็เดินไปอีกทางนึงที่มีประกาศติดอยู่แต่คานงก็วิ่งมาฉีกออกเหมือนเดิม
“โทษทีนะ รู้สึกฉันจะมือลื่นไปกับกระดาษพวกนี้ยังไงไม่รู้แฮะ”
“................”
“ตามจับ คนทรยศแห่งชิบุเซ็น Phantom Black........”
มิสต์อ่านออกเสียงออกมาให้ทุกคนได้ยิน คานงหน้าซีดทันที
“ไม่ทันหรือเนี่ย? ไปเอามาจากไหนกัน”
“มีคนสวมฮู้ดหยิบเอามาให้....แต่....ทำไมต้องปิดบังกันด้วยค่ะ”
“ป....เปล่านะ...ฉันไม่ได้คิดจะปิดบังซะหน่อย”
และทั้งหมดก็อยู่ในความเงียบทันที......จนกระทั่ง
“ฮัลโหล~~~ มายืนรอรับคนบิ๊กๆอย่างชั้นกันหรือเนี่ย? แหงสินะเพราะชั้นคือ Black Star!!”
แบล็กสตาร์พูดออกมาทำลายความเงียบที่มีอยู่จนทุกคนพร้อมใจแยกย้ายกันไปคนละทิศคนละทางโดยเรย์เดินตามแคมเบลล์ไปติดๆ
“ให้มันได้งี้สิ.........แค่เพื่อนชั้นยังช่วยไม่ได้เลย” คานงบ่นพึมพำไปพลางชกกำแพงด้วยความเจ็บใจแล้วเรย์ก็เดินมาข้างหลัง
“นายผิดเองที่ไปปิดบังเธอ ถึงนายปิดไปยังไง สักวันมิสต์ก็ต้องรู้” เรย์พูดซัดซ้ำเติมใส่คานงอีกชุด
“แล้วฉันทำยังไงล่ะ!!” คานงตะคอกใส่เรย์
เรย์ถอนหายใจ1ครั้ง “ตามหาแฟนธ่อม.......แล้ว...........”
“แล้วอะไรล่ะ? จะให้พาแฟนธ่อมมารับโทษประหารหรือไง?” คานงพูดด้วยสำเนียงเคร่งเครียดใส่เรย์
“แล้วหาตัวจริงของเรื่องทั้งหมดแล้วก็ลากกลับมาพร้อมแฟนธ่อมไง”
“........” คานงอึ้งเล็กน้อยจนพูดอะไรไม่ออกแล้วถอนหายใจออกมาทีนึง
“น่าสนใจดีแฮะ งั้นขั้นแรกเราต้องตามหาแฟนธ่อมให้เจอกันก่อน”
“แล้วเราจะหาเจอ แฟนธ่อมเจอได้ยังไง?”
ทั้งคู่นิ่งไปทันที.........
“ไว้หลังเลิกเรียน เราหาคนที่พอปรึกษาได้สักคนแล้วเริ่มค้นหาดีกว่า”

ณ ห้องสมุด


เทอเรียนมาอยู่ที่ห้องสมุดเหมือนทุกที
(ทำไมร่างกายตอนนั้นถึงไม่ฟื้นสภาพเอง?) เทอเรียนคิดพลางควงปากกาไปมา
(ไม่สบาย? หรือเพราะโดนลอบทำร้าย?) เทอเรียนควงปากกาไวขึ้น
(ไม่สิถึงโดนลอบทำร้าย....เราก็น่าจะโดนฆ่าตายไปแล้ว) ไวขึ้น....
(หรือ....เพราะเรามันกระจอก?) ไวขึ้น!
(ต้องอาศัยดวงเอาตัวรอดอย่างเดียว ไม่เคยสู้แบบจริงจังแบบคนอื่นๆ?) ไวขึ้น!!
(เรามาที่นี่เพื่ออะไรกันแน่?) ไวขึ้น!!!
‘เคร้ง’ เสียงปากกาตกลงพื้นแล้วปากกาก็กลิ้งไปที่เท้าของสพูนที่เดินเข้ามา
“เทอเรียน......เป็นอะไรเปล่า? สีหน้าไม่ค่อยดี? หรือว่าเจ็บตา?”
สพูนเก็บปากกาแล้วเดินมาที่โต๊ะเทอเรียนนั่งพลางถามด้วยความเป็นห่วง
“เปล่าๆ ไม่มีอะไร แค่คิดอะไรเล่นๆดูนะ ว่าถ้าเธอไว้ผมยาวจะเป็นยังไงนะ”
เทอเรียนพูดแถไปเรื่องอื่นทันที
“เห? แล้วเป็นยังไงล่ะ? บอกมาน่ะๆๆ”
สพูนพุ่งไปล็อกคอเทอเรียนจากด้านหลังทันที
“เอ่อ....ก.....ก็น่ารักนะสิถามได้ แต่ช่วยปล่อยก่อนเถอะหายใจไม่ออก”
เทอเรียนพูดเลิกลั่กทันทีถูกถาม(ด้วยสาเหตุจากสพูนล็อกคอหรืออายที่จะพูดก็สุดตามที่จะคิด)
“จ....จริงนะ!!!!ต่อไปนี้ชั้นจะไว้ผมยาวตลอดไปเลย!!”
สพูนเปลี่ยนจากล็อกคอเทอเรียนเป็นกอดคอเทอเรียนทันที
“ไม่ต้องถึงขนาดนั้นก็ได้ ไว้ผมแบบที่เป็นอยู่นี่แหละไม่ต้องคิดมาก.....อ๊ะ..”
เทอเรียนพูดไม่ทันจบก็โดนสพูนหอมแก้มทันที
(สพูน:ความจริงไม่ได้อยากทำสักนิดแต่ไอ้คนแต่งบอกเพื่อสีสันในการแต่งงเลยยอมทำ= =’’)
“....................................”
เทอเรียนช็อกอ้าปากค้างหน้าแดง
“ถือว่าเป็นการลงโทษ ข้อหาผิดนัดในวันอีฟละกันนะ~”
สพูนพูดไปพลางยิ้มร่าแฝงด้วความสุข
(สพูน:ย้ำ!!เรื่องทั้งหมดไอ้คนแต่งมันให้ฉันทำ ฉันไม่ได้อยากเล่นบทแบบนี้หรอกนะ)
“คราวหน้า ถ้าผิดนัดอีก~เจอหนักกว่านี้แน่~”
“หา!! หมายความว่าไง!!!”
เทอเรียนรีบคืนสติแล้วถามทันที
“ก็หมายถึง........รับฉันเป็น...จ..”
(สพูน:บทแบบนี้ฉันไม่เอา!!!!!!!)
“เอ่อ.....โทษทีที่ทาขัดเวลาหนุงหนิงของพวกเธอ ตอนนี้มีเรื่องด่วนให้พวกเธอรับรู้”
อ.บาร็อกเปิดประตูเข้ามาขัดจังหวะพวกเทอเรียน
(สพูน:เฮ้อ......โล่งอกนิดๆแฮะ)
“มีเรื่องอะไรหรือครับ?”
“เธอคงพอได้ยินประกาศของวันนี้สินะ” เทอเรียนพยักหน้าตอบ
“ฉันอยากให้เธอช่วยตามหาแฟนธ่อมแล้วช่วยเหลือเราทุกอย่าง”
“หา! หมายความว่าให้ผมโดรข้อทรยศร่วมกับแฟนธ่อม”
“ไม่หรอก.....ฉันไม่คิดว่าคนอย่างแฟนธ่อมจะเป็นคนทรยศ ชั้นเชื่อว่าต้องมีการเข้าใจผิด ระหว่างนี้ฉันจะลองหาข้อแก้ต่างให้แฟนธ่อมอย่างถึงที่สุดเท่าที่จะทำได้”
“........ตกลงก็ได้.....เพราะยังไงแฟนธ่อมก็เพื่อนผม เพื่อนมีทุกข์เราก็ต้องช่วยเพื่อนสิ”
“ดี....งั้นหน่วย ‘Baloque Ranger’ ออกปฎิบัติการ!!!!” บาร็อกโพสท่าแบบฮารุ*ตรู๊ด*
“เฮ้ย!!!ชื่อหน่วยบ้าอะไรแล้วหน่วย....หมายถึงไม่ใช่ชั้นคนเดียว?”
“ความหวังทั้งหมดชั้นขอฝากไว้ที่นายก่อนนะ บุตรของจอมดาบเวทมนตร์”
แล้วบาร็อกก็หายไปลิฟท์ทางลับที่พื้นทันที
“เฮ้ย!!!!!!!!!!”

To Be Continued


ทุกคนที่รอฟิก:รอมาเกือบ2อาทิตย์กว่าๆได้แค่เนี้ย?
ตารอ:เอ่อ...อ่า........
ทุกคนที่รอฟิก:แต่งก็มั่วๆไปๆมาๆ แล้วทำมาแค่นี้เนี่ยนะ?
ตารอ:งั้น.....แถมตัวอย่างตอนต่อไปให้ละกันคนแต่งคนต่อไปจะได้ยึดแนวทางเรื่องถูก




ตัวอย่างตอนต่อไป   

เรื่องราว.......ยังไม่ได้แม้แต่เริ่มต้น

บาร็อก:ตัวจริงของฉัน......ไม่ใช่เรื่องสลักสำคัญอะไรแต่ฉันเป็นพวกของเธอ
แคมเบล:มิสต์!!!! .....มองความจริงซะที//เขย่าตัวมิสต์ที่ตาลอยอยู่
เรย์:....น..นี่มัน?!
คานง:ขอโทษนะ....ฉันจำเป็นต้องทำอย่างนี้//ถือปืนจ่อมาข้างหน้าพร้อมลั่นไก
ยูอิจิ:....นาย.....จงมาเป็นพวกของชั้นซะ
แฟนธ่อม(ในชุดฮู้ดคลุมหัว):ยังไงก็ตาม......ชั้นจะจบเรื่องนี้ให้ได้โดยไม่สนวิธีการ!!!
เทอเรียน:เรื่องบ้าอะไรนั่น......ชั้นไม่เชื่อหรอก!!!!//กำดาบแน่นขึ้น

FIC เวียนตอนต่อไป “ลืมตาตื่น”  Open Eye
“ชะตากรรมอะไรนั่น.......ชั้นไม่เชื่อมันหรอก!!!!”


ทุกคนที่รอฟิก:อะไรฟะนั่น?
ตารอ has left
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 01, 2010, 11:53:19 PM โดย ตารอ:Fail Life » บันทึกการเข้า




ถ้าอยากเจอความเสื่อมแบบบิ๊กๆมาเจอกันได้ที่ บล็อกของข้าพเจ้า
ตารอ(OK?)
Class : Spoon
วิญญาณเร่ร่อน
*

ค่าพลังวิญญาณ: 48
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 142



ระดับการมาโรงเรียน
0%

Please don't say "you are Appendix!!"


เว็บไซต์
« ตอบ #605 เมื่อ: กันยายน 02, 2010, 12:01:49 AM »


1.Rei&Kanon
2.Phantom&Mist
3.<< ๐DINSOUL*,,>>
4.-curse-
5.TuNaz
6.ตารอ...ผู้สิ้นหวังกับชีวิต
7.rainchan
8.soul=eater
9.lucky day
10.Hoshino-Yue
11.kamikater
12.:: ??EspadA??::
13.?? ArT ??


*รอ ฟิคเเนะนำตัว
EcaRoz


ประกาศถึงชาวฟิคเวียน

1.สามารถ มาคุยแลกเปลี่ยนความคิดในการแต่งฟิคเวียนได้ที่

ห้องแชทของบอร์ด
มาแวะมาคุยๆกันบ้างไม่มีใครกัดหรอก yoci0916

2.กรุณาแต่งฟิคต่อจากคนอื่นไม่ใช่แต่งต่อจากตัวเอง

3.จงให้อภัยแก่คนที่ส่งฟิคช้าด้วยเพราะยังไงคนๆนั้นก็ส่งฟิค yociexp100
บันทึกการเข้า




ถ้าอยากเจอความเสื่อมแบบบิ๊กๆมาเจอกันได้ที่ บล็อกของข้าพเจ้า
Rei&Kanon
Class : Axe
อาวุธสุดคูล
*

ค่าพลังวิญญาณ: 58
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 550



ระดับการมาโรงเรียน
0%

不器用なこの勇気は コンプレックス・イマージュ


เว็บไซต์
« ตอบ #606 เมื่อ: กันยายน 02, 2010, 06:41:29 PM »

เอ่อ..!! อีตาบ้า!!

ตัวอย่างบ้าอะไรของนายย๊า!!

แล้วคนอื่นจะแต่งต่อไงมิทราบ..
บันทึกการเข้า

Phantom & Mist
Class : Holy Sword
อาวุธสุดคูล
*

ค่าพลังวิญญาณ: 34
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 658



ระดับการมาโรงเรียน
0%

ファントム ブラック


« ตอบ #607 เมื่อ: กันยายน 04, 2010, 01:37:52 PM »

ตอน ต่อไปนี่มัน นี่ มัน นี่มัน //[สกิล คิดฟิคLV4 ทำงาน: ทำงานแบบ Auto เมื่อเห็นสิ่งที่ใช้ได้]
อยากแต่ง อยากแต่ง [โดน จับปาปลิวลงถังขยะ]
แต่พอคิดดูดีๆเหมือนผิคใกล้จะถึงตอนจบแล้วแฮะ

แล้วนั้น จะยืนยันให้มันเป็นสีแดง ทำม้ายยยยยยยยย
บันทึกการเข้า

Phantom & Mist
Class : Holy Sword
อาวุธสุดคูล
*

ค่าพลังวิญญาณ: 34
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 658



ระดับการมาโรงเรียน
0%

ファントム ブラック


« ตอบ #608 เมื่อ: กันยายน 05, 2010, 03:46:23 PM »

1.Rei&Kanon
2.Phantom&Mist
3.<< ๐DINSOUL*,,>>
4.-curse-
5.TuNaz
6.ตารอ...ผู้สิ้นหวังกับชีวิต
7.rainchan
8.soul=eater
9.lucky day
10.Hoshino-Yue
11.kamikater
12.:: ??EspadA??::
13.?? ArT ??


*รอ ฟิคเเนะนำตัว
EcaRoz


ประกาศถึงชาวฟิคเวียน

1.สามารถ มาคุยแลกเปลี่ยนความคิดในการแต่งฟิคเวียนได้ที่

ห้องแชทของบอร์ด
มาแวะมาคุยๆกันบ้างไม่มีใครกัดหรอก yoci0916

2.กรุณาแต่งฟิคต่อจากคนอื่นไม่ใช่แต่งต่อจากตัวเอง

3.จงให้อภัยแก่คนที่ส่งฟิคช้าด้วยเพราะยังไงคนๆนั้นก็ส่งฟิค

4.ขอให้มายืนยันตัว ว่าจะแต่ง เพื่อความแน่ใจ ในการแต่งฟิค
บันทึกการเข้า

なっつ
ผู้ใช้อาวุธ 1 ดาว
*

ค่าพลังวิญญาณ: 170
ออฟไลน์ ออฟไลน์

จำนวนเงินบริจาค: ฿100.00
กระทู้: 727



ระดับการมาโรงเรียน
0%

Butler-Steward-and-Maid


เว็บไซต์
« ตอบ #609 เมื่อ: กันยายน 05, 2010, 07:57:52 PM »





" ความจริงสีแดง "

ตารอเคะ




เคี๊ยกๆๆๆๆๆ reverse
บันทึกการเข้า


ตารอ(OK?)
Class : Spoon
วิญญาณเร่ร่อน
*

ค่าพลังวิญญาณ: 48
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 142



ระดับการมาโรงเรียน
0%

Please don't say "you are Appendix!!"


เว็บไซต์
« ตอบ #610 เมื่อ: กันยายน 05, 2010, 08:16:46 PM »





" ความจริงสีแดง "

ตารอเคะ




เคี๊ยกๆๆๆๆๆ reverse



 yoci0918 (หมูสะดุ้งเลยทีเดียว)
เจ็บใจ...โดนซิกตัวเองทำร้ายตัวเอง
บันทึกการเข้า




ถ้าอยากเจอความเสื่อมแบบบิ๊กๆมาเจอกันได้ที่ บล็อกของข้าพเจ้า
soul=eater
พลเมือง Death City
*

ค่าพลังวิญญาณ: 2
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 27



ระดับการมาโรงเรียน
0%

หอบหืดเหนื่อยนะ แต่ไมไม่เอาหืดลงซะที (- -)


« ตอบ #611 เมื่อ: กันยายน 05, 2010, 09:25:18 PM »

Fiction SeasonII Ep:18
คานง:แฟนธ่อม ฉันจะทำยังไงถึงจะได้เจอนายกัน
แปะ…แปะ ซ่า ซ่า ซ่า!! ฝนเทลงมาอย่างรวดเร็ว หน้าฝนนี่ มันทำให้หดหู่เสียนี่กระไร แล้วมันยังทำให้คนเราลำบากในการไปใหนต่อใหน หน้าฝนนี่มันไม่ดีเลยนะ
คานง:เฮ้อ ..ฝนตกอีกแล้วสิเนี่ย
อาวุธซัดยกมาเป็นขบวน คานงหลบหลีกมันได้บ้างแต่อาวุธซัดโดนขาข้างหนึ่งทำให้ขาขยับไมได้
คานง:หนอย!! ใครกัน!!!?
??:ไม่ได้เจอกันนานนะคานง ไม่สิ นายนี่นะอ่อนแอจริงๆ


ณ บ้านเช่าของเรย์
เรย์:ให้ตายสิคานง นายไม่เคยคิดจะกลับมาบ้านนี่บ้างเลยหรือ
เรย์เดินรอบๆห้อง แล้วหันไปเห็นรูปคานงตอนเด็กๆ รย์หยิบรูปนั้นแล้วมองรูปคานงแบบยิ้มๆ
เรย์:คานง นายเปลี่ยนไปมากเลยนะ
แกร๊ก!!! กลุก กลุก เสยงของบางอย่างหล่มาแต่ไกล เรย์เดินไปหยิบของชิ้นนั้น มันมีรูปร่างประหลาดเป็นแท่งคล้ายด้ามดาบแต่ถูกผนึกด้วยโซ่ตรวนจนแกะไม่ออก
เรย์:นะ..นี่มัน!!!?? ……………อะไรน่ะ?
ณ ห้องพักครู
เทอเรี่ยน:อาจารย์… ไอ้หน่วยอะไรนั่นขออาจารย์มันหมายความว่าไงแล้ว..
สพูน:ชั้นว่าต้องถามด้วยละนะ ว่าอาจารย์จริงๆแล้วเป็นใครกันแน่?
บาร็อกหัวเราะเล็กน้อยแล้วจึงตอบอะไรที่ดูให้ชวนคิด..
บาร็อก:ตัวจริงของฉัน......ไม่ใช่เรื่องสลักสำคัญอะไรแต่ฉันเป็นพวกของเธอ
สพูน: (อาจารย์นี่ล่ะก็…)


ซ่า ซ่า เลือดของคานงนองไปตามน้ำฝน ตาของคานงเริ่มจะเบลอไปทุกทีๆแล้ว เด็กหนุ่มสวมฮู้ดถิอดาบเดินมาที่คานงหมายจะปลิดชีพเขาภายในเสี้ยววินาทีเดียว
คานง:ทำไมนายถึงทำแบบนี้ แฟนธ่อม!!?
แฟนธ่อม:ยังไงก็ตาม ชั้นจะจัดการต้นตอของคิชินให้หมดโดยไม่สนใจว่าคนๆนั้นจะเป็นยังไง.. เพราะฉะนั้น …ขอโทษนะ
ดาบของแฟนธ่อมฟาดลงมาแต่คานงรับดาบนั้นแล้วปัดแฟนธ่อมกระเด็นออกไปไกล แฟนธ่อมชะงักเมื่อเห็นท่าทีที่เปลี่ยนไปของคานง แต่เขาไม่รู้สึกแปลกเลยสักนิด มันคือ จิตบ้าคลั่ง ที่เขาจะต้องจัดการมัน แต่แฟนธ่อมจะใจอ่อนไม่ฆ่าคานงมั้ยมันก็เป็นอีกเรื่อง
คานง:ฮะ ฮะ ฮะ ฮะ ฮะ ฮะ!!!!!
ความบ้าคลั่งของคานงเรื่มตื่นขึ้นแล้ว ทางด้านเทอเรี่ยนสัมผัสได้ถึงพลังที่เขาเคยเจอมาก่อนหน้านี้อีกครั้ง
เทอเรี่ยน:ความรู้สึกนี้มัน คานงนี่หว่า…
แคมเบลมองผ่านหน้าต่างด้านบนแล้วขยับแว่น:ตื่นขึ้นมาแล้วงั้นรึ..จิตบ้าคลั่ง..
tobecontinued
บันทึกการเข้า

Rei&Kanon
Class : Axe
อาวุธสุดคูล
*

ค่าพลังวิญญาณ: 58
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 550



ระดับการมาโรงเรียน
0%

不器用なこの勇気は コンプレックス・イマージュ


เว็บไซต์
« ตอบ #612 เมื่อ: กันยายน 05, 2010, 09:28:08 PM »

1.Rei&Kanon
2.Phantom&Mist
3.<< ๐DINSOUL*,,>>
4.-curse-
5.TuNaz
6.ตารอ...ผู้สิ้นหวังกับชีวิต
7.rainchan
8.soul=eater
9.lucky day
10.Hoshino-Yue
11.kamikater
12.:: ??EspadA??::
13.?? ArT ??


*รอ ฟิคเเนะนำตัว
EcaRoz


ประกาศถึงชาวฟิคเวียน

1.สามารถ มาคุยแลกเปลี่ยนความคิดในการแต่งฟิคเวียนได้ที่

ห้องแชทของบอร์ด
มาแวะมาคุยๆกันบ้างไม่มีใครกัดหรอก

2.กรุณาแต่งฟิคต่อจากคนอื่นไม่ใช่แต่งต่อจากตัวเอง

3.จงให้อภัยแก่คนที่ส่งฟิคช้าด้วยเพราะยังไงคนๆนั้นก็ส่งฟิค

4.ขอให้มายืนยันตัว ว่าจะแต่ง เพื่อความแน่ใจ ในการแต่งฟิค
บันทึกการเข้า

Phantom & Mist
Class : Holy Sword
อาวุธสุดคูล
*

ค่าพลังวิญญาณ: 34
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 658



ระดับการมาโรงเรียน
0%

ファントム ブラック


« ตอบ #613 เมื่อ: กันยายน 08, 2010, 03:45:41 PM »


1.Rei&Kanon
2.Phantom&Mist
3.<< ๐DINSOUL*,,>>
4.-curse-
5.TuNaz
6.ตารอ...ผู้สิ้นหวังกับชีวิต
7.rainchan
8.soul=eater
9.lucky day
10.Hoshino-Yue
11.kamikater
12.:: ??EspadA??::
13.?? ArT ??


*รอ ฟิคเเนะนำตัว
EcaRoz


ประกาศถึงชาวฟิคเวียน

1.สามารถ มาคุยแลกเปลี่ยนความคิดในการแต่งฟิคเวียนได้ที่

ห้องแชทของบอร์ด
มาแวะมาคุยๆกันบ้างไม่มีใครกัดหรอก

2.กรุณาแต่งฟิคต่อจากคนอื่นไม่ใช่แต่งต่อจากตัวเอง

3.จงให้อภัยแก่คนที่ส่งฟิคช้าด้วยเพราะยังไงคนๆนั้นก็ส่งฟิค

4.ขอให้มายืนยันตัว ว่าจะแต่ง เพื่อความแน่ใจ ในการแต่งฟิค

[/quote]
บันทึกการเข้า

Phantom & Mist
Class : Holy Sword
อาวุธสุดคูล
*

ค่าพลังวิญญาณ: 34
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 658



ระดับการมาโรงเรียน
0%

ファントム ブラック


« ตอบ #614 เมื่อ: กันยายน 11, 2010, 03:13:59 PM »


1.Rei&Kanon
2.Phantom&Mist
3.<< ๐DINSOUL*,,>>
4.-curse-
5.TuNaz
6.ตารอ...ผู้สิ้นหวังกับชีวิต
7.rainchan
8.soul=eater
9.lucky day
10.Hoshino-Yue
11.kamikater
12.:: ??EspadA??::
13.?? ArT ??


*รอ ฟิคเเนะนำตัว
EcaRoz


ประกาศถึงชาวฟิคเวียน

1.สามารถ มาคุยแลกเปลี่ยนความคิดในการแต่งฟิคเวียนได้ที่

ห้องแชทของบอร์ด
มาแวะมาคุยๆกันบ้างไม่มีใครกัดหรอก

2.กรุณาแต่งฟิคต่อจากคนอื่นไม่ใช่แต่งต่อจากตัวเอง

3.จงให้อภัยแก่คนที่ส่งฟิคช้าด้วยเพราะยังไงคนๆนั้นก็ส่งฟิค

4.ขอให้มายืนยันตัว ว่าจะแต่ง เพื่อความแน่ใจ ในการแต่งฟิค

บันทึกการเข้า

หน้า: 1 ... 39 40 [41] 42 43
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  


Fatal error: Call to undefined function template_shoutbox() in /home/souleater/domains/souleaterfc.com/public_html/forum/Sources/Load.php(1750) : eval()'d code on line 225