และแล้วก็ได้เขียนซะทีนานเหมือนกันแฮะ(แต่ไหงเราได้ที่1ล่ะ= w =) งั้นขอเริ่มเลยละกัน
Soul Eater Fix Ep 21 Kanog Vs Fantom (ฉบับแก้ไขครั้งที่2)
(เขียนตั้งหลายตอนในที่สุดก็ได้ชื่อตอนซะที)
หลังจากที่คานงได้ขอท้าสู้กับแฟนธ่อมเมื่อแฟนธ่อมได้ยินที่คานงพูดถึงกับทำหน้าตกใจเล็กๆแล้วแฟนธ่อมก็เริ่มชักถามคานงทันที
แฟนธ่อม: ทำไม นายถึงอยากจะสู้กับชั้นล่ะ..............คานง: ชั้นไม่จำเป็นต้องบอกนาย
แฟนธ่อม: งั้นเรอะ..........แฟนธ่อมถอนหายใจสักพักแล้วก็หันมามองหน้าคานงอีกครั้ง
แฟนธ่อม: ก็ได้ชั้นขอรับคำท้า..............และทั้งสองก็ได้เดินไปตรงล้านกว้างบริเวณหน้า
ชิบุเซ็นเหล่านักเรียนส่วนใหญ่เริ่มแห่กันมาดูการต่อสู้ของทั้งสองคนเช่นกัน
แฟนธ่อม: นี้ การประลองระหว่างนักเรียนด้วยกันจำเป็นต้องมีอาจารย์มาคุมด้วยไม่ใช่รึ?
คิโนะ: ท่างั้นชั้นจะเป็นให้เอง........คิโนะเดินมาพร้อมกับหัวเราะเบาๆ
คานง: คิโนะ นาย................คานงมองหันไปมองคิโนะทันที
คิโนะ: คงไมลืมหรอกนะ คำพูดของนายเมื่อตอนนั้นน่ะ............คานง: ชั้นไม่ลืมหรอกน่า
คิโนะ: ก็ดี งั้นเรามาเริ่มกันเลย เอ้าเริ่มได้............แฟนธ่อมหันมามองคานงพร้อมกับพูดว่า
แฟนธ่อม: งั้น โชย์พลังของนายให้ชั้นดูหน่อย............แฟนธ่อมพูดพร้อมกับยื่นมือออกมา
คานง: นี้คิดจะดูถูกกันงั้นเรอะ...............แฟนธ่อม: เปล่าเลยชั้นแค่ต้องการเห็นพลังของนาย
คานง: (หมอนนี้จะมาไม้ไหนกันแน่หรือว่าเป็นกับดักงั้นเรอะแต่นี้เป็นการต่อสู้แบบตัวเปล่า)
คานงคิดไปพลางๆมองท่าทีของแฟนธ่อมไปพลางๆคานงหันไปมองคิโนะที่กำลังยิ้มเล็กๆสักครู่หลังจากนั้น ทั้งคานงและแฟนธ่อมต่างหยุดกับทีจนคานงจัดสินใจวิ่งเข้าหาแฟนธ่อมอย่างรวดเร็วพอถึงตัวแฟนธ่อมคานงออกหมัดใส่หน้าแฟนธ่อมแต่แฟนธ่อมใช้ปัดทันพร้อมกับพูดขึ้น
แฟนธ่อม: เร็วดีนี่แต่ ยังไม่พอจริงๆนั้นล่ะ.......แฟนธ่อมใช้ขาเตะใส่ขาของคานงจนเสียหลักแล้วแฟนธ่อมก็ใช้สันมือัดใส่คอของคานงอย่างรวดเร็วคานงจึงตัดสินใจพุ่งเข้าไปใหม่อีกครั้ง
แฟนธ่อม: ทั้งที่โดนไปแล้วทีนึงยังจะพุ่งมาท่าเดิมอีกเรอะ........คานง: เดี๋ยวนายก็รู้
แฟนธ่อมเตรียมออกหมัดใส่แฟนธ่อมเขาเตรียมหลบหมัดนั้นแต่หมัดนั้นแค่ตัวล่อคานงใช้ขาเตะใส่ท้องแฟนธ่อมแล้วจับแฟนธ่อมทุ่มกับพื้นทันที
แฟนธ่อม: ดูท่าชั้นจะดูถูกนายเกินไปจริงๆสินะงั้นชั้นก็ขอเอาจริงบ้างล่ะ
คานง: งั้นเรอะท่างั้นก็ลองแสดงให้ดูหน่อยสิพลังของนาย
แฟนธ่อมไม่ได้ตอบอะไรและลุกขึ้นมาจากพื้นอย่างรวดเร็วแล้วแฟนธ่อมก็พุ่งเข้ามาหาคานง
อย่างรวดเร็วคานงเตรียมท่าตั้งรับ แฟนธ่อมใช้ฝ่ามืออัดไปที่ท้องคานงแต่คานงปัดได้แต่แฟนธ่อมสวนกลับโดยใช้ฝ่ามืออีกข้างอัดไปที่ท้องคานงพร้อมกับ
แฟนธ่อม: ขจัดวิญญาณ..........แฟนธ่อมอัดคลื่อกระแทกใส่คานงอย่างรุนแรงถึงแม้คานงจะป้องกันได้บ้างแต่มันก็สาหัสเอาการ
มิสต์: อะ เอ๋คานงยังจะสู้ต่ออีกเรอะ คะ....... เรย์: ไม่ต้องห่วงหรอกคานงน่ะไม่แพ้ง่ายๆหรอก
มิสต์: แฟนธ่อมเองก็ไม่แพ้ง่ายเหมือนกันนะคะ........มิสต์หันมาจ้องเรย์ทันที
ส่วนคานงที่เริ่มจะซุ้ดตัวลงเขาได้นึถึงเรื่องที่เขาได้พูดกับคิโนะไว้
--ย้อนในช่วงที่คานงพูดกับคิโนะ—
หอสมุดชิบุเซ็น
คานงที่กำลังเดินไปเก็บหนังสือเข้าที่เขาได้เจอคิโนะที่ยืนขวางทาง
คานง: นายมีธุระอะไร
คิโนะ: มีน้องที่ไหนเรียกพี่ว่านาย กันเนี่ยเอาเถอะชั้นแค่อยากจะมาดูน้องชายไม่ได้ความของตัวเองซักหน่อย แค่แมงมุม (ยักษ์) ตัวเดียวยังพลาดท่าได้น้าไม่ได้ความจริงๆ
คานง: ชั้นไม่ได้พลาดท่าให้กับมันสักหน่อย
คิโนะ: เรอะถ้าไม่ได้เจ้าเด็กผมฟ้ามาช่วยนายคงเป็นอาหารมันไปแล้ว เพราะงี้ไงคนไม่ได้ความอย่างนายน่ะ คงเทียบชั้นกับลูกคิชินอย่างแฟนธ่อมนั้นไม่ได้อยู่แล้ว
คานง: งั้นชั้นจะแสดงให้นายดูว่าชั้นเองก็เหนือกว่าแฟนธ่อมได้เหมือนกัน
คิโนะ: หึ หึ แล้วชั้นจะรอดู
---ปัจจุบัน---
คานงเริ่มลุกขึ้นมาอีกครั้งแล้วพูดกับแฟนธ่อมทันที
คานง: ชั้น จะมาแพ้นายตรงนี้ไม่ได้เด็ดขาดเพราะฉะนั้นชั้นจะต้องชนะนายแฟนธ่อม
แฟนธ่อม: งั้นเรอะ ชั้นเองเพื่อจะเก่งขึ้น ชั้นเองก็แพ้อีกไม่ได้เช่นกัน
คานง: ทำไมนายถึงอยากเก่งขึ้นนักล่ะ.............แฟนธ่อม: เรื่องนั้นคงบอกไม่ได้ล่ะนะ
คานง: นั้นสินะงั้นเรามาเริ่มกันเลย
ทั้งสองวิ่งเขาปะทะกันอีกครั้งคานงเข้าไปอัดหมัดใส่พร้อมกับเตะใส่แฟนธ่อมต่อเนื่องโดยการเตะขาคู่ใส่อีกทีทำให้แฟนธ่อมล้มกับพื้นแล้วก็ลุกขึ้นมาใหม่แฟนธ่อมวิ่งเข้าหาคานงแล้วหมุนตัวเตะใส่บริเวณเอวขวาของคานงแต่คานงป้องกันไว้ได้แต่แฟนธ่อมจู่โจมต่อเนื่องโดยการใช้สันมือสับไปที่คอซ้ายคานงอีกที
ทางด้านสพูนกับเทอเรียนก็ลองเดินมาดูการต่อสู้ของทั้งสอง
เทอเรียน: หมอนั้นโจมตีต่อเนื่องได้ดีเลยนะนั้น (หมายถึงคานง)
สพูน: แต่อีกคนนั้นก็ ป้องกันได้เกือบหมดล่ะนะ
เทอเรียน: คู่นี้ท่าจะจบยากนะว่ามั้ย.........สพูน: นั้นสิ
ทางด้านจาวิกะกับมิสต์(ชาย) ที่มองดูจากระเบียงชั้นสอง
จาวิกะ: อะไรน่ะทะเลาะกันเหรอ.........มิสต์: คิดว่าไม่น่าใช่น่าจะเป็นการดวนกันมากกว่า
จาวิกะ: งั้นเรอะ นึกว่าทะเลาะกันซะอีกนะ
ทางด้านมิสต์(หญิง) กับเรย์ ที่ดูการต่อสู้ของทั้งสองอยู่ๆได้มีเสียงทักมา
? : สองคนนั้นสู้กันทำไมเหรอ........มิสต์กับเรย์หันไปมองเห็นมาเรียก็ดูการต่อสู้ของ
แฟนธ่อมกับคานงเช่นกัน
มิสต์(หญิง) : เอ่อ คานงเขามาขอสู้กับแฟนธ่อมด้วยน่ะค่ะ
มาเรีย: เอ๋ งั้นหรอ นี้มิสต์สึโตะ (ท่าอ่านคำว่ามีMistแบบญี่ปุ่นจะออกเสียงแบบนี้)
มิสต์: อย่าเรียกชื่อชั้นอย่างงั้นสิคะ..........มาเรีย: งั้นเรียกมิสต์โตะ
มิสต์: แล้วมันต่างกันตรงไหนคะนั้น แล้วมีอะไรคะ
มาเรีย: ไม่หรอกแค่สงสัยว่าสองคนนั้นไม่ได้ทะเลาะกันสินะ
มิสต์: ชั้นเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกันค่ะ
ส่วนแฟนธ่อมกับคานงสู้กันใดสักพักทั้งสองเริ่มถอยห่างออกจากกันและทั้งแฟนธ่อมและ
คานงเองเริ่มหอบกันเล็กน้อย
แฟนธ่อม: ฝีมือนายเองก็ไม่ได้แย่ซะทีเดียวนะ.......คานง: นายก็เหมือนกัน
คานง: งั้น มาทำให้มันจบดีกว่า.............แฟนธ่อม: อา นั้นสินะ
ทั้งสองวิ่งเข้าหากันเตรียมจู่โจมครั้งสุดท้ายทันทีที่การต่อสู้จะรู้ผลทันใดนั้นเองได้มีมีดผ่าตัดพุ่งเฉียดหน้าทั้งสอง แฟนธ่อมและคานงหันไปมองคนที่ปามีดนี้มานั้นคือ ดร.สไตย์
สไตย์: พวกนายสองคนหยุดได้แล้ว.........คิโนะ: อะไรกัน ดร. นายคิดจะขวางเรอะ
สไตย์: ชั้นไม่ได้คิดจะขวางหรอกนะ ชั้นแค่ทำตามกฏการต่อสู้ระหว่างนักเรียนด้วยกันจำเป็นต้องมีอาจารย์คอยดูแล แต่นี้ชั้นกลับไม่เห็นมีใครคอยดูแลเลยนี่
คิโนะ: ก็ชั้นไงล่ะ........สไตย์: ชั้นจำไม่ได้เลยว่านายเป็นอาจารย์ของที่นี้ตั้งแต่เมื่อไร
คิโนะ: ชิ งั้นก็ได้จะทำอะไรก็ทำเลยชั้นไปก่อนล่ะ..........คิโนะเดินจากไปทันที
สไตย์: ส่วนพวกนายสองคนต้องถูกลงโทษโดยการทำความสะอาดรอบโรงเรียนนะ
แฟนธ่อมและคานงยอมรับการถูกลงโทษแต่โดยดีโดยไม่โต้แย้งใดๆเลย
หลังจากนั้นแฟนธ่อมกับคานงเริ่มทำความสะอาดกันทันทีถึงแม้พวกเขาจะถูกลงโทษแต่พวกเพื่อนๆและคู่หูของทั้งสองก็แอบพากันมาช่วยงานด้วยเช่นกันกว่าจะทำเสร็จก็เย็นพอดี
แฟนธ่อม: เสร็จซะทีนะ..............มิสต์: นั้นสิคะยังดีนะคะที่มีคนมาช่วยเยอะเลย
คานง: ถึงยังไงก็ต้องโทษคิโนะนั้นล่ะหมอนั้นดันหลอกเราซะได้
จาวิกะ: อย่าโทษคนอื่นสิพวกนายสองคนไม่รอบคอบเองตะหาก
พีโกะ: เอาน่าๆ เรื่องที่ผ่านมาแล้วก็ให้มันผ่านไป
เรย์: งั้นพวกเรากลับกันเถอะ
คานง: พวกนายกลับกันก่อนเถอะชั้นลืมสมุดไว้ที่ห้องเรียนน่ะ
เรย์: ให้ชั้นไปด้วยมั้ย........คานง: ไม่ต้องหรอกเธอกลับไปก่อนเถอะ
หลังจากนั้นทุกคนยกเว้นคานงต่างพากันกลับกันไปก่อนส่วนคานงที่กลับไปเอาสมุดโน้ตก็เดินกลับที่พักตัวคนเดียวระหว่างทาง คานงได้พูดกับตัวเอง
คานง: ถ้าตอนนั้น อาจารย์ไม่มาห้ามล่ะก็ใครจะชนะน้า
? : นั้นก็แหงอยู่แล้วนี่ต้องเป็นผู้สืบทอดตำแหน่งคิชินอยู่แล้ว
คานงได้ยินเสียงของหญิงสาวดังมาจากข้างหลังเขารีบหันไปได้พบกับหญิงสาวสวมฮู้ดที่เคยเจอกันก่อนหน้านี้
คานง: เธอมันลูกน้องของเซเรีย!!
หญิงสาวสวมฮู้ด: อย่าเอาชั้นไปเข้าพวกกับแม่มดต่ำช้าแบบนั้นสิชั้นไม่เคยพูดซะหน่อยว่าเป็นลูกน้องของยัยแม่มดนั่น เจ้านายของชั้นมีเพียงท่านไคคิคนเดียวเท่านั้น
คานง: ไคคิ??........คานงจ้องเด็กสาวสวมฮู้ดแบบไม่ละสายตา
หญิงสาวสวมฮู้ด: อีกไม่นานนายเองก็จะได้เจอเองและก็ท่านไคคิเองก็ต้องการให้นายไปเป็นพวกด้วยนะ
คานง: ชั้นไม่มีทางไปเป็นพวกแม่มดอย่างพวกแกหรอก
หญิงสาวสวมฮู้ด: นึกไว้แล้วเชียวแล้วก็อีกเรื่องนึงนายคงสงสัยสินะว่าทำไมนายถึงไม่สามารถเอาชนะผู้สืบทอดตำแหน่งคิชินได้ (หมายถึงแฟนธ่อม) น่ะนั้นเพราะว่านายยังขาดสิ่งๆนึงในการต่อสู้น่ะสิ
คานง: สิ่งๆนึง? ..............หญิงสาวสวมฮู้ด: นั้นก็คือจิตใจที่จะฆ่าคนๆนั้นไงล่ะ
คานงไม่ได้เถียงอะไรไปเลยเขาได้แต่นั่งคิดเรื่องเก่าๆและศัตรูที่เขาได้สู่มา
เด็กสาวสวมฮู้ด: นาย ไมลองหันหน้าเข้าหาความคลั่งดูล่ะแล้วนายก็จะได้พลังที่ทำให้ตัวเองเก่งขึ้นได้ ไม่จำเป็นต้องมาเป็นพวกเราก็ได้แต่เราเต็มใจที่จะช่วยทำให้นายเก่งขึ้นนะ
คานง: เรื่องนั้นมัน..............คานงเริ่มละสายตาจากเด็กสาวสวมฮู้ด
เด็กสาวสวมฮู้ด: คงคิดลำบากสินะงั้นชั้นจะให้เวลานายคิดอีกสามวันชั้นจะมารอรับคำตอบที่โบสถ์ซันต้ามาริโอ้โนเวร่า นะงั้นชั้นขอตัวก่อนล่ะ
เด็กสาวสวมฮู้ดเดินถอยห่างจากคานงเธอเรียกประตูสีดำออกมาแล้วเด็กสาวสวมฮู้ดก็ได้พูดส่งท้ายทันที..............เด็กสาวสวมฮู้ด: หวังว่าพวกเราคงได้คำตอบที่ดีนะ
เธอยิ้มให้กับคานงและเข้าไปในประตูหลังจากนั้นประตูสีดำก็หายไปทันทีเมื่อเด็กสาวสวมฮู้ดเขาไป คานงได้แต่คิดในใจคิดเดียวตลอด ในท่ามกลางแสงจันทร์ที่ทอแสงลงมา
ณ.สถานที่แห่งหนึ่งในโลก (ที่ซ่อนของเซเรีย)
เซเรีย: ดูเหมือน ไคคิเริ่มเคลื่อนไหวแล้วสินะ
เด็กหนุ่มสวมฮู้ด: ท่านเซเรียจากท่านจะเอายังไงต่อครับ
เซเรีย: นั้นสินะ งั้นเรามาเริ่มแผนการกันเลยดีกว่านะ
เวนตัสได้แต่เงียบและยืนกอดอกอยู่กับที
ฟาฟี่: งั้นเรามาเริ่มการตามหา “วิญญาณอันบริสุทธ์ทั้ง7” กันก่อนเถอะคะ
เซเรีย: นั้นสินะ เวนตัส ไม่ลองไปเจอน้องชายของนายอีกสักรอบเหรอ
เวนตัสได้ยินจีงเดินจากไปโดยที่ไม่พูดอะไร
เซเรีย: ดูท่าเวนตัสเองก็คงจะรู้สินะว่า หนึ่งในวิญญาณอันบริสุทธ์ นั้นอยู่ที่ไหนสินะ
มิยะ: ท่านเซเรียแล้วชั้น.........เซเรีย: มิยะกับคูเร็นไปตามหาวิญญาณอีกหกดวงซะ
มิยะ/คูเร็น: ทราบแล้วค่ะ/ครับ.........เด็กหนุ่มสวมฮู้ด: แล้วผมล่ะครับ
เซเรีย: ชิคุ คุงก็คอยจับตามองคิโนะละกันท่าได้โอกาสก็ฆ่าซะเดิมทีเธอถนัดลอบฆ่านี่
ชิคุ: รับทราบครับ.........ฟาฟี่: ท่านเซเรียคะ ตอนนี้ชั้นคงจะกลับไปที่ชิบุเซ็นไม่ได้อีกแล้วค่ะ
เซเรีย: ช่างเถอะ เอาล่ะเรามาเริ่มแผนการที่จะปฏิวัติโลกใบนี้ใหม่กันเถอะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า
อีกสถานที่แห่งหนึ่งในโลก
ในบ้านร้างแห่งหนึ่งได้มีกลุ่มหญิงสาวสวมฮู้ดสองคนคนนึงสวมฮู้ดสีดำอีกคนสวมฮู้ดสีขาวทั้งสองนั่งจิบชาอยู่ส่วนหญิงสาวสวมฮู้ดอีกคนที่พึ่งกลับมาจากได้พูดกับคานง
หญิงสาวสวมฮู้ดสีดำได้ทักขึ้น
หญิงสาวสวมฮูดสีดำ: กลับมาแล้วหรอ อาน่าการเจรจาเป็นยังไงบ้าง
อาน่า(หญิงสาวสวมฮู้ดที่พึ่งมาถึง): ค่ะท่านไคคิ ฮาบาราอิ คานงคาดว่าจะให้คำตอบกับพวกเรา อีกไม่นานค่ะ
ไคคิ(หญิงสาวสวมฮู้ดสีดำ): ที่เหลือก็แค่ให้ปลากินเบ็ดสินะทางด้านเซเรียเองรู้สึกจะเริ่มแผนการแล้วด้วยสิจะทางไหนก็น่าสนุกทั้งนั้น ว่าหยั่งงั้นมั้ย
เด็กสาวสวมฮู้ดสีขาวนั่งจิบชาเงียบๆเธอเริ่มทีจะทอดฮู้ดออก เป็นร่างของเด็กสาวร่างเล็กผมยาวถึงเอวเสื้อเชิ้ตสีขาวกระโปงสั้นหน่อยๆ ไคคิเห็นดังนั้นก็ได้พูดขึ้น
ไคคิ: ไม่ไปเจอหน้าเขาหน่อยเหรอไม่ได้เจอกันมาตั้ง2ปีเลยนี่ “เซทสึมิ”
=============End===========================
พอเขียนจบแล้วก็อ่านได้สักพักก็เลยคิดว่า “ทำไมเขียนไปเขียนมามันเหมือนกับตอนนี้มันเป็นจุดเริ่มต้นของการต่อสู้อะไรสักอย่าง” แต่ก็คิดไปงั้นถ้าผิดหรืออะไรก็มางับหัวคนเขียนได้//ล้อเล่นครับ/// เอาเป็นว่าถ้าผิดตรงไหนก็บอกด้วยนะครับ